ปิดเมนู

การเขียนภาพสเกตซ์ บทที่ 8

บทที่ 8
การเขียนภาพสเกตซ์

สาระการเรียนรู้
การสเกตซ์ภาพเป็นการเขียนภาพโดย ไม่ต้องใช้เครื่องมือเขียนแบบ เพียงแต่ใช้ดินสอเขียนบนกระดาษด้วยมือ ผู้เขียนส่วนมากจะเขียนเป็นภาพสเกตซ์ก่อน เพื่อนำมาพิจารณาหาข้อบกพร่องและรายละเอียดต่างๆ แล้วจึงนำภาพนั้นไปเขียนแบบให้ถูกต้อง โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการเขียนแบบ

เนื้อหา
1. ความหมายของการสเกตซ์ภาพ
2. การลากเส้นสเกตซ์ภาพ
3. การสเกตซ์ภาพวงกลมหรือส่วนโค้ง
4. การสเกตซ์ภาพฉาย
5. การสเกตซ์ภาพสามมิติ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายของภาพสเกตซ์ได้
2. อธิบายขั้นตอนการลากเส้นสเกตซ์ภาพได้
3. สามารถสเกตซ์ภาพวงกลมหรือส่วนโค้งได้
4. สามารถสเกตซ์ภาพฉายได้
5. สามารถสเกตซ์ภาพสามมิติได้

1. ความหมายของการสเกตซ์ภาพ
ในการสเกตซ์ภาพ เราใช้เพียงดินสอ ยางลบ และกระดาษเท่านั้น การสเกตซ์ในโรงงานหรือนอกสถานที่ เราใช้สมุด จะบันทึกภาพสเกตซ์ได้ ความคิดริเริ่มในการออกแบบครั้งแรกจะแสดงออกเป็นภาพสเกตซ์ ซึ่งเป็นภาพที่อธิบายส่วนต่างๆ ของแบบได้ละเอียดและเข้าใจได้ง่าย เหมือนกับอธิบายด้วยคำพูด และภาพสเกตซ์เหล่านี้จะถูกนำไปเขียนเป็นแบบให้สมบูรณ์ โดยช่างเขียนแบบอีกครั้งหนึ่ง (ดังรูป 8.1)

รูปที่ 8.1 ตัวอย่างภาพสเกตซ์ชิ้นงาน

การเขียนภาพสเกตซ์ จะไม่ใช้สเกลในการเขียนภาพ ขนาดต่างๆ ของชิ้นงานจะประมาณด้วยสายตา แต่ถ้าใช้กระดาษชนิด CROSS-SECTION PAPER เขียนขนาดที่เรากำหนดก็ใช้วิธีนับช่องตาราง การเขียนภาพสเกตซ์จะให้ใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับขนาดที่แท้จริงของชิ้นงาน ถ้าชิ้นงานเล็กก็เขียนขยายให้ใหญ่พอที่จะอ่านแบบได้ง่าย (ดังรูป 8.2)

รูปที่ 8.2 ขันตอนการสเกตซ์ภาพด้วยกระดาษ CROSS-SECTION PAPER

ดินสอที่ใช้ในการสเกตซ์ภาพ ใช้ดินสอ HB หรือ F ดินสอจะแหลมมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการใช้งาน

2. การลากเส้นสเกตซ์ภาพ
การลากเส้นตรงจะมีการลากเส้นอยู่ 3 ลักษณะ คือ
2.1 การลากเส้นนอน ควรกำหนด จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในการลากเส้นโดยประมาณด้วยสายตา อาจจุดด้วยดินสอเอาไว้ก่อนก็จะดี แล้วทำการลากเส้นโดยลากจากซ้ายไปขวา และลากเส้นใช้นิ้วก้อยเป็นตัวประคอง ข้อมือแข็ง แต่ข้อศอกและหัวไหล่ เคลื่อนไปตามแนวที่ลากเส้น ด้วยน้ำหนัก และความเร็วที่สม่ำเสมอ และแขนเป็นอิสระในการเคลื่อนที่ ดังรูป 8.3

รูปที่ 8.3 การลากเส้นนอน ลากจากซ้ายไปขวา

2.2 การลากเส้นในแนวดิ่ง ควร กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในการลากเส้นโดยประมาณด้วยสายตา อาจจุดด้วยดินสอเอาไว้ก่อนก็ได้ แล้วทำการลากเส้นโดยลากจากด้านบนลงมาด้านล่าง ขณะลากเส้นใช้นิ้วก้อยเป็นตัวประคอง ข้อมือแข็ง แต่ข้อศอกและหัวไหล่เคลื่อนไปตามแนวเส้นด้วยน้ำหนักและความเร็วที่สม่ำเสมอ ดังรูป 8.4

รูปที่ 8.4 การลากเส้นดิ่ง

2.3 การลากเส้นเอียง ควรกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในการลากเส้น โดยประมาณด้วยสายตา อาจจุดด้วยดินสอเอาไว้ก่อนก็ได้ แล้วทำการลากเส้น โดยลากจากด้านล่างทางซ้ายมือไปด้านบนทางขวามือ หรืออาจจะหมุนกระดาษให้เป็นการลากเส้นในแนวนอนก็ได้ ขณะลากเส้นใช้นิ้วก้อยเป็นตัวประคอง ข้อมือแข็ง แต่ข้อศอกและหัวไหล่เคลื่อนไปตามแนวที่ลากเส้น ด้วยน้ำหนักและความเร็วที่สม่ำเสมอ ดังรูป 8.5

รูปที่ 8.5 การลากเส้นเอียง

3. การสเกตซ์ภาพวงกลมหรือส่วนโค้ง
การเขียนรูปวงกลม มีหลายวิธีแล้วแต่ผู้เขียนจะเลือกใช้ตามความถนัด เช่น
3.1 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยใช้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ร่างภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสหาจุดศูนย์กลางของรูป โดยลากเส้นทแยงมุม กำหนดจุดประมาณของรัศมีวงกลม จากนั้นเขียนส่วนโค้งผ่านจุดที่กำหนด ดังรูป 8.6

รูปที่ 8.6 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยใช้สี่เหลี่ยมจัตุรัส
ที่มา : ประเวช มณีกุต. 2541 หน้า 159

3.2 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยใช้เส้นรัศมี วิธีนี้ต้องเขียนเส้นผ่านศูนย์กลางก่อนแล้วลากเส้นทแยงมุมอีก 2 เส้น ขีดระยะรัศมีจากจุดศูนย์กลางให้เท่าๆกัน จากนั้นเขียนส่วนโค้งผ่านจุดกำหนด ดังรูป 8.7

รูปที่ 8.7 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยใช้เส้นรัศมี
ที่มา : ประเวช มณีกุต. 2541 หน้า 160

3.3 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยการหมุนกระดาษ เมื่อ กำหนดรัศมีที่จะเขียน ให้ใช้นิ้วก้อยจรดที่จุดศูนย์กลางปลายดินสอ จรดกับรัศมีที่กำหนด แล้วใช้อีกมือหนึ่งหมุนกระดาษไปจนครบรอบวง ดังรูป 8.8

รูปที่ 8.8 การสเกตซ์ภาพวงกลมโดยการหมุนกระดาษ

3.4 การเขียนวงกลมโดยการวัดระยะ วิธีการสร้าง ใช้การวัดระยะจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีความยาว สามารถกำหนดระยะได้ เช่น ไม้บรรทัด เศษกระดาษ เป็นต้น แล้วทำการวัดจากศูนย์กลาง แล้วจุดไปรอบวงกลม จากนั้นเขียนส่วนโค้งผ่านจุดกำหนด ดังรูป 8.9

รูปที่ 8.9 การเขียนวงกลมโดยการวัดระยะ

3.5 ใช้ดินสอสองแท่งกางรัศมีแทนวงเวียน โดยใช้ปลายดินสอแท่งหนึ่งอยู่จุดศูนย์กลาง และอีกแท่งหนึ่งขีดลงบนกระดาษ เมื่อหมุนกระดาษอย่างช้าๆ ดินสอจะเขียนวงกลมลงบนกระดาษ ดังรูป 8.10

รูปที่ 8.10 การเขียนวงกลมด้วยดินสอ กางแทนรัศมี

3.6 การสเกตซ์วงรีหรือส่วนโค้ง
ขั้นที่ 1 สเกตซ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ABCD และเส้นศูนญ์กลาง 1-2 และ 3-4 ตัดกันที่จุด O
ขั้นที่ 2 สเกตซ์ส่วนโค้งด้านเล็ก ที่จุด 1 และจุด 2
ขั้นที่ 3 สเกตซ์ส่วนโค้งด้านใหญ่ ที่จุด 3 และจุด 4
ขั้นที่ 4 สเกตซ์ส่วนโค้งส่วนที่เหลือต่อกันจนครบรอบเป็นวงรี ดังรูป 8.11

รูปที่ 8.11 การสเกตซ์วงรีหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า

4. การสเกตซ์ภาพฉาย

รูปที่ 8.11 การสเกตซ์วงรีหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า

รูป A เป็นภาพไอโซเมตริกของชิ้นงาน ที่แสดงรายละเอียดภาพ
รูป 1 สเกตซ์โดยการเขียนสี่เหลี่ยมของภาพด้านหน้า และด้านข้าง ตามขั้นตอนในรูป โดยเขียนตามลำดับ
รูป 2 เขียนรายละเอียดของภาพโดยใช้เส้นช่วยในการเขียน
รูป 3 ลบเส้นช่วยต่างๆ ออก ลงเส้นหนักเฉพาะเส้นที่แสดงภาพฉาย

5. การสเกตซ์ภาพสามมิติ
5.1 ขั้นตอนการสเกตซ์ภาพไอโซเมตริก

รูปที่ 8.13 ขั้นตอนการสเกตซ์ภาพไอโซเมตริก

รูป A เป็นชิ้นงานลักษณะภาพดไอโซเมตริก
รูป 1 เขียนกล่องสี่เหลี่ยมของภาพไอโซเมตริก
รูป 2 เขียนส่วนรายละเอียดของภาพ
รูป 3 ลบเส้นช่วยในการร่างแบบและลงเส้นหนักภาพที่แท้จริง

5.2 ขั้นตอนการสเกตซ์ภาพออบลิก

รูปที่ 8.14 ขั้นตอนการสเกตซ์ภาพออบลิก

รูป A เป็นชิ้นงานรูป ออบลิก
รูป 1 สร้างกล่องตามลักษณะด้าหน้าของภาพออบลิก และเขียนวงกลม
รูป 2 สเกตซ์ภาพความลึกฃองชิ้นงานทำมุม 45 องศา กับแนวระดับ
รูป 3 ลบเส้นช่วยในการสร้างและลงเส้นหนักที่แสดงส่วนต่างๆ ของภาพ

5.3 ขั้นตอนการสเกตซ์ภาพวงรีในภาพไอโซเมตริก

รูปที่ 8.15 ขั้นตอนการสเกตซ์วงรีไอโซเมตริก

รูป A เป็นชิ้นงานลักษณะภาพไอโซเมตริก
รูป 1 เขียนกล่อง กรอบนอกและสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อสร้างวงรี
รูป 2 เขียนวงรีด้านหน้าของรูป
รูป 3 ลบเส้นช่วยในการร่างแบบ และลงเส้นหนักภาพที่แท้จริงของชิ้นส่วนต่างๆ

เปิดอ่าน 2,928 ครั้ง โพสเมื่อ : 21 กันยายน 2011

แสดงความคิดเห็น