ปิดเมนู

หลังคาบ้านมีกี่ประเภทแบบไหนบ้างไปดูกัน

หลังคาบ้านมีกี่ประเภทแบบไหนบ้างไปดูกัน

หลังคาบ้านกับการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้าน

หลังคาบ้านเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะหลังคาช่วยปกป้องตัวบ้านและผู้อยู่อาศัย หลังคาบ้านสามารถทำจากวัสดุชนิดใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นไม้จริง ไม้เทียม หญ้า ฟางข้าง ใบไม้ ฯลฯ ซึ่งความคงทนแข็งแรงอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ และวัสดุแต่ละชนิดที่นำมาทำหลังคาบ้านก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป

เนื้อหาและภาพ : Shera Solution

 

23 มีนาคม 2012 เวลา 9:08 น.

ในบรรดาส่วนประกอบของบ้านอีกส่วนหนึ่ง ที่สำคัญไม่แพ้ส่วนประกอบอื่นใดเลย และน่าจะเป็นส่วนที่อยู่กับบ้านของเรายาวนานที่สุด รวมไปถึงอาจต้องให้ความสำคัญเพื่อมิให้ก่อปัญหาภายหลังมากที่สุด ก็เห็นจะเป็น หลังคาบ้าน นี่ล่ะนะคะ

ประเภทของหลังคา

1.หลังคาแบน (flat roof)

หลังคาแบนโดยมากจะทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กค่ะ (บางคนเรียกหลังคาดาดฟ้า) จัดเป็นสไตล์อินเตอร์เนชั่นแนล หลังคาประเภทนี้ เมื่อทำด้วยคอนกรีตก็จะสะสมความร้อนไว้มาก ทำให้คายความร้อนออกมาในช่วงที่อากาศเย็นลง มากกว่าหลังคาที่มุงด้วย กระเบื้องดินเผาและกระเบื้องคอนกรีต เมื่อถึงเวลากลางคืน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนอบอ้าว และหลังคาที่แบนจะมีความลาดเอียงน้อย น้ำฝนจึงมักขังอยู่บนหลังคาได้ง่าย ทำให้เกิดการรั่วซึมอยู่บ่อยๆ จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับบ้านเรือนที่พักอาศัย

2.หลังคาจั่ว (gable roof)

เป็นหลังคาบ้านที่เราเห็นคุ้นตาอยู่โดยทั่วไปในเมืองไทยอ่ะนะคะ เป็นรูปทรงที่มีมานาน และยังสืบทอดต่อ ๆ กันมา ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเพราะหลังคาจั่ว เป็นหลังคาที่มีรูปทรงที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศอย่างบ้านเราค่ะ เนื่องจากบ้านเรามีฝนตกชุก หลังคาจั่ว สามารถระบายน้ำฝนออกไปได้เร็ว นอกจากนั้นยังป้องกันแดดได้ดี เพราะมีชายคายื่นออกไปทั้งสองด้าน

3.หลังคาทรงปั้นหยา (hip roof)

หลังคาทรงนี้ ต่างจากหลังคาจั่วตรงที่สามารถยื่นชายคาเพื่อบังแดดและฝนได้ทั้งสี่ด้าน แต่ความชันของหลังคาปั้นหยามีน้อยกว่าหลังคาจั่ว การระบายน้ำฝนและการป้องกันการรั่วซึมจึงค่อนข้างจะเสียเปรียบหลังคาจั่ว เพราะมีรอยต่อของหลังคามากกว่า

4.หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)

เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก เนื่องจากก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ต้องระวังให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทัน ไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ โดยอาจพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ความชันจากขนาดของหลังคา วัสดุมุงหลังคา และระยะซ้อนของหลังคา เป็นต้น ในกรณีที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงที่น้ำฝนจะไหลย้อนซึมเข้ามาได้ ก็ควรใช้ความลาดชันมากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้รวดเร็วขึ้น

5.หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกันค่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาศรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป

6.หลังคาแบบร่วมสมัย (MODERN & CONTEMPORARY)

เป็นหลังคาที่มีรูปทรงทันสมัย แตกต่างจาก 5 แบบข้างต้น และใช้วัสดุที่ทันสมัย ก่อให้เกิดรูปทรงแปลกตา แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการรั่วซึมค่ะ

การจะเลือก แบบหลังคา ใดให้บ้านของเรา นอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปทรง ความสวยงามของบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความลาดชันของหลังคา และความคุ้มค่าของการกันแดดกันฝนด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ บ้านของเราก็จะมีทั้งหลังคาที่สวยงามและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าแล้วค่ะ 🙂

Ref: decorreport

1.หลังคาแบน (flat roof)

1.หลังคาแบน (flat roof)

3.หลังคาทรงปั้นหยา (hip roof)3.หลังคาทรงปั้นหยา (hip roof)

4.หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)4.หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)

5.หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)5.หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

2.หลังคาจั่ว (gable roof)2.หลังคาจั่ว (gable roof)

เปิดอ่าน 2,230 ครั้ง โพสเมื่อ : 21 กรกฎาคม 2014

แสดงความคิดเห็น