ปิดเมนู

อิฐมวลเบา พีซีซี

วัติความเป็นมาของคอนกรีตมวลเบา

ก้าวสำาคัญของการริเริ่มคิดค้นการผลิตคอนกรีตมวลเบา เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่าด้วยการนำาวัสดุที่มีอยู่มาพัฒนาให้เป็นวัสดุ ก่อสร้างชนิดใหม่ ที่มีความสามารถในการทำางานได้ดีกว่าเดิม เช่น มีความแข็งแกร่ง,น้ำาหนักเบา ,ใช้งานง่ายและสะดวก

ในปี ค.ศ.1881 (พ.ศ. 2424) ประเทศสวีเดน MICHACLIS ได้คิดค้นวัสดุก่อสร้างชนิดแรกที่ใช้ก่อผนัง บ่มด้วยไอน้ำา โดยมีส่วนผสม ของทรายกับปูนขาวเป็นวัตถุดิบหลัก
ในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) ประเทศอังกฤษ AYLSWORTH ได้คิดค้นโดยการเพิ่มฟองอากาศในเนื้อวัสดุ ทำาให้มีน้ำาหนักเบาโดยใช้ผงโลหะ (Metallic Powder) เป็นตัวทำาปฏิกิริยาเคมี
ในปี ค.ศ.1923 (พ.ศ. 2466) ประเทศอังกฤษ ERIKSSON ได้นำามาพัฒนาโดยรวมวิธีการอบไอน้ำาและเพิ่มฟองอากาศเข้าด้วยกันในเนื้อ วัสดุ ซึ่งเป็นผลทำาให้ได้วัสดุก่อผนังที่มีความเบาและมีความแข็งแกร่งสูง ซึ่งดีกว่าอิฐก่อ ผนังชนิดอื่นในโลกการผลิตคอนกรีตมวลเบาได้ถือกำาเนิดเกิดขึ้นและมีการพัฒนามาจนถึง ปี 1929 (พ.ศ.2472)
ในปี ค.ศ.1929(พ.ศ. 2472) ประเทศเยอรมัน ช่วงสงครามโลกนำามาพัฒนากระบวนการผลิตในรูปของเครื่องจักร ควบคุมดัวยระบบ คอมพิวเตอร์ เพื่อผลิตคอนกรีตมวลเบาสำาหรับซ่อมแซมบ้านเรือน,อาคารสำานักงาน
ในปี ค.ศ.1995(พ.ศ. 2538) ประเทศไทย ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นธุรกิจที่ทำากำาไรให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก แต่ทว่างาน ก่อสร้างในเมืองไทยยังมีปัญหาด้านอิฐก่อผนังที่ยังไม่มีวิธีการผลิตที่ควบคุมมาตรฐานที่ดี ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ในขณะนั้น ได้ค้นพบการแก้ปัญหาในงานก่อสร้าง ลดความล่าช้า ในการทำาโครงการ สามารถส่งมอบโครงการได้ตรงตามกำาหนดเวลา ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ การผลิตและเครื่องจักรจากเยอรมันจาก 2 ผู้ผลิตชั้นนำาของโลกคือ HEBLE,YTONG และWEHEAHAN โรงงานผลิตสินค้าออกสู่ตลาด ในปี 2539-2540 ตามลำาดับ
ในปี ค.ศ.2002(พ.ศ. 2545) ประเทศไทย ประเทศไทยมีความนิยมในตัวคอนกรีตมวลเบาอบไอน้ำาสูงมาก จนมีผู้คิดค้นวัสดุทดแทน (CLC)หรือเทียบเท่า แต่ไม่ประสบผลสำาเร็จเท่าที่ควร รวมถึงมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้อง และแก้ปัญหา
ในปี ค.ศ.2004(พ.ศ. 2547) ประเทศไทย บริษัท ไทยไล้ท์บล๊อคแอนด์แพเนล จำากัด และบริษัท ชลบุรีคอนกรีต ได้ก่อสร้างโรงงาน ผลิตคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำา ด้วยเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท
ในปี ค.ศ.2006(พ.ศ. 2549) ประเทศไทย บริษัท อุตสาหกรรมคอนกรีต ซีแพค จำากัด ชื่อสินค้า CPAC ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บริษัท พรอสเพอริตี้ คอนกรีต จำากัด ภายใต้ชื่อ PCC Autoclaved Aerated Concrete

คอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำา เป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตชนิดใหม่ ที่ได้รับการยอมรับจากหลายทั่วโลก ว่า”เป็น คอนกรีตมวลเบาที่สมบูรณ์แบบที่สุด” เพราะเป็นฉนวนกันความร้อน ,น้ำาหนักเบา ,กันเสียงได้ดี และเป็นวัสดุทนไฟอีกชนิดหนึ่งประกอบกับ มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ใกล้เคียงกับคอนกรีต คือไม่น้อยกว่า 60 ปี อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำาให้คอนกรีตมวลเบาเป็นที่นิยมมากคือ เป็น วัสดุที่ผลิตจาก วัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ และได้จากธรรมชาติ จึงไม่ทำาลายสิ่งแวดล้อม ผลิตได้ทุกฤดูกาล

ข้อมูลทั่วไปของคอนกรีตมวลเบ

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี ทำด้วยอะไร ?

คอนกรีตมวลเบา (Autoclaved Aerated Concrete : AAC) ผลิตจากส่วนผสมของปูนปอร์ตแลนด์ Type 1 ทราย ปูน ขาว ยิบซั่ม และผงอลูมิเนียมที่ใช้เพิ่มฟองอากาศโดยการผสม สูตรที่เหมาะสม และผ่านการ อบด้วยไอน้ำาแรงดันสูงทำาให้มี ฟองอากาศมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตร จึงทำาให้วัสดุ คอนกรีตมวลเบา เบากว่าน้ำา (ลอยน้ำา) โดยมีน้ำาหนักระหว่าง 600 – 700 กก./ลบ.ม. เทียบกับคอนกรีตทั้วไปที่ 2,400 กก./ลบ.ม. และอิฐมอญที่ 1350 กก./ลบ.ม.

ความเบาของ คอนกรีตมวลเบา พีซีซี มีผลอย่างไร ?

ความเบาของวัสดุทำาให้อาคารเบาลงประหยัดค่า ก่อสร้างโครงสร้างเสาคานและฐานรากความเบาที่มาจากการ สอดแทรกของฟองอากาศถึง 75 % ทำาให้คอนกรีตมวลเบามี คุณสมบัติดีเด่นเพิ่มเติม คือ

  • เป็นฉนวนกันความร้อน ผนังที่ก่อด้วย คอนกรีตมวลเบา สามารถกันความร้อนได้ดีกว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐมอญถึง 2.5 เท่าจึงไม่สะสมความร้อนในตอนกลางวันเพื่อคายออกในตอน กลางคืน
    • ไม่ติดไฟและสามารถทนไฟที่ 1,100 องศาเซลเซียส ได้นาน
    • 4 ชั่วโมงสำาหรับผนังหนา 7.5 ซม. ในขณะที่ผนังอิฐมอญทน ได้ 2 ซม.
  • สามารถดูดซับเสียงได้ดีและป้องกันการส่งผ่านเสียงได้ดีกว่า วัสดุมวลเบาทั่วไป
  • ผนังหนา 10 ซม. สามารถกั้นเสียงได้ถึง 40 เดซิเบล

ทำาไมต้องนำาคอนกรีตมวลเบามาใช้

ในประเภทวัสดุก่อสร้างที่ใช้กันทั่วไป ผนังเป็นส่วน สำาคัญของอาคารที่มีน้ำาหนักมากที่สุด แต้ใช้ประโยชน์ในการรับ แรงน้อยที่สุดในอาคารที่พักอาศัยที่มีการกั้นห้องมากน้ำาหนัก ผนังอาจสูงถึง 40 % ของน้ำาหนักอาคาร ดังนั้นผู้ออกแบบ อาคารจึงต้องการหาวัสดุที่มีน้ำาหนักเบาเพื่อนำามาใช้งานให้ตรงกับ วัตถุประสงค์ของการกั้นผนัง

  • แข็งแรงเพียงพอที่จะกั้นภายในกับภายนอก
  • กันความร้อน / ความเย็นจากภายนอก
  • ไม่เป็นพิษภัยต่อผู้อาศัย
  • มีความเรียบ สวยงาม คงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี เป็นตัวเลือกที่มีคุณสมบัติ ทุกข้อดังกล่าวข้างต้นผสมผสานกันอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

4 คอนกรีตมวลเบา พีซีซี

ขั้นตอนการผลิตคอนกรีตมวลเบา พีซีซ

ขั้นตอนที่ 1 : ส่วนผสมหลักจะถูกจัดเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม เช่น ซีเมนต์,ปูนขาว,ยิบซั่ม จะเก็บไว้ในไซโลส่วนทรายหลังจากผ่าน
กระบวนการบดละเอียดแล้วก็จะถูกนำามาเก็บไว้ในถังพักทราย อลูมิเนียมก็เช่นกัน
ขั้นตอนที่ 2 : ปล่อยน้ำาสะอาดลงมาผสม ที่เครื่องผสมเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันตามปริมาณ ที่ได้ออกแบบไว้
ขั้นตอนที่ 3 : วัตถุดิบทุกตัว จะถูกผสมในเครื่องผสม ตามลำาดับและเวลาที่กำาหนด ก่อนเทลงใบแบบหล่อ
ขั้นตอนที่ 4 : แบบหล่อที่ถูกจัดเตรียมไว้ จะต้องทำาความสะอาดและตรวจสอบรอยรั่วก่อนนำามาใช้ทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 5 : เทส่วนผสมที่ถูกออกแบบไว้ ลงในแบบหล่อ ก่อนจะนำามาบ่มที่ห้องบ่ม ควบคุมอุณหภูมิ
ขั้นตอนที่ 6 : นำาแบบหล่อพร้อมกับเค๊กที่ผ่านการบ่มจนได้เวลามาปิดฝาข้างเพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการตัด
ขั้นตอนที่ 7 : นำาเค๊กที่ได้มาผ่านกระบวนการตัดด้วยเส้นลวดตามขนาดความหนา ความกว้าง ความยาว
ขั้นตอนที่ 8 : นำาผลิตภัณฑ์ที่ได้เข้าสู่ตู้อบไอน้ำาแรงดันสูง แล้วอบเป็นเวลา 12-14 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
ขั้นตอนที่ 9 : เมื่ออบจนครบกำาหนดตามเวลาแล้ว ให้นำาผลิตภัณฑ์ออกจากเตาอบ และมาพึ่งให้แห้งในอากาศ

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี 5

ข้อกำาหนดของผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบา พีซีซ

 

บล๊อคก่อผนังคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศชนิดอบไอน้ำา พีซีซี เป็นวัสดุก่อผนัง ใช้สำาหรับก่อเป็นผนังภายในและภายนอกอาคาร มีคุณสมบัติพิเศษหลาย ประการ เช่น เป็นผนังกันเสียง,กันไฟ,กันความร้อน สามารถรับน้ำาหนักได้ด้วยตัวเอง เป็นต้น

วัสดบล๊อคก่อผนังคอนกรีตมวลเบา พีซีซี (PCC BLOCK) เป็นวัสดุก่อผนังมวลเบาก้อน ตันไม่มีรูกลวง และทำาให้แข็งด้วยการอบไอน้ำา ใช้งานด้วยวิธีก่อบางเพียง 2-3 มม. มีชื่อ ทางการว่า ชิ้นส่วนคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำา

ชนิดของผลิตภัณฑเป็นคอนกรีตมวลเบาที่น้ำาหนักเบากว่าคอนกรีตทั่วไป ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติได้แก่ ซีเมนต์,ทราย,ปูนขาว,ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม ทำาให้เกิดฟองอากาศในเนื้อวัสดุที่กระจาย ตัวอย่างสม่ำาเสมอ และเป็นฟองอากาศที่ไม่ต่อเนื่องกัน แล้วนำาไปอบไอน้ำาแรงดันสูง

มาตรฐานที่ใช้ในการควบคุมการผลิมอก.1505-2541 ชิ้นส่วนคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ

TIS 1505-1998 Autoclaved Aerated Lightweight Concrete Elementes
DIN 4165-1982 Autoclaved Aerated Block and Flat Elementes
ความกว้าง 20,30 ซม. ความยาว 60 ซม.
ความหนา 7.5,10,12.5,15,17.5,20,25 ซม.

คุณสมบัติทางกายภาพ

คุณสมบัติทางกายภาพ เกณฑ์มาตรฐาน
ความหนาแน่นแห้ง (Dry Density) 600 – 700 กก./ลบ.ม.
กำาลังอัด(Compressive Strangth) ไม่น้อยกว่า 40 – 50 กก./ตร.ซม.
อัตราการทนไฟ (Fire Rating) ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ที่ความหนา 7.5 ซม. ที่ อุณหภูมิ 1,100 องศาเซลเซียส
ค่าโมดูลัสยืดหยุ่น ( Modulus of Elasticity,E) ไม่น้อยกว่า 18,000 กก./ตร.ซม.
อัตราการดูดกลืนน้ำา (Water Absorption) ไม่เกิน 30% โดยปริมาตร
ค่าการนำาความร้อน (Thermal Conductivity) ไม่เกิน 0.10 วัตต์/ม.เคลวิน

ข้อกำาหนดการใช้งาน คอนกรีตมวลเบา พีซีซี สามารถให้งานร่วมกับปูนก่อ-ฉาบ สำาหรับคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ เช่น ปูนก่อคอนกรีตมวลเบาตรา อินทรีมอร์ต้าแมกซ์ เบอร์ 23 ,เสือพลัสก่อมวลเบาถุงสีขาวแถบเขียวอ่อน,ตรา TPI M310,ตราจิงโจ้ม่วง,ตราสิงห์สีน้ำาเงิน เป็นต้น สามารถ ผสมน้ำาใช้ครั้งละ 1 ถังปูน โดยผสมลักษณะข้นเหลว ปานกลาง ใช้เกรียงก่อสำาหรับก่ออิฐมวลเบา วางปูนบางๆเพียง 2-3 มม. ปูนก่อสำาเร็จรูป 1 ถุง 50 กก. สามารถก่อ ได้เนื้อที่ 30-35 ตร.ม. หรือ 250 – 300 ก้อน ข้อดีคือ :สามารถทำางานได้อย่างรวดเร็วกว่าอิฐมอญ 3 เท่า ประหยัดแรงงาน และสถานที่ทำางานสะอาดสามารถหาซื้อได้ตาม ร้านตัวแทนจำาหน่ายวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ

ปูนก่อคอนกรีตมวลเบาตรา อินทรีมอร์ต้าแมกซ์ เบอร์ 13 ,เสือพลัสก่อมวลเบาถุงสีขาวแถบฟ้า,ตราTPI M210

ตราลูกดิ่ง,ตราสิงห์แดงเป็นต้นสามารถฉาบได้เนื้อที่มากใช้งานสะดวก ซึ่งปูนฉาบสำาเร็จรูปสำาหรับฉาบคอนกรีตมวลเบา

จะมีสารอุ้มน้ำาผสมไว้ เพื่อให้งานฉาบมีคุณภาพมากขึ้นหลังจากทำางานเสร็จแล้ว ไม่มีปัญหาการแตกร้าวตามมา

ภายหลัง และสามารถฉาบได้บางเพียง 0.5 – 1.5 ซม. ปูนฉาบ 1 ถุง 50 กก. สามารถฉาบได้เนื้อที่ 3 ตร.ม.

ข้อดีคือ :ประหยัดเนื้อที่ในการเก็บกอง ผสมใช้งานง่ายและสะดวก มีการควบคุมมาตรฐานที่ดีจากผู้ผลิตซึ่งได้ผ่านการทดสอบ ร่วมกับผู้ผลิตอิฐมวลเบาชั้นนำามาแล้ว

วิธีการก่อคอนกรีตมวลเบา พีซีซี และข้อสังเกต

 

ข้อแนะนำาในการก่อ

  1. มุมกำาแพงทุกมุมกรณีไม่ทำาเสาเอ็น คสล. ให้ก่อประสาน เข้ามุม (Interlocking) ทั้งนี้พื้นที่ผนังทั้งสองด้านจาก แนวประสานจะต้องสอดคล้องกับความหนาของก้อนมวล เบา เช่น ก่อผนังด้วยมวลเบาหนา 10 ซม. พื้นที่รวม ของผนังทั้งสองด้านจากแนวประสานจะต้องไม่เกิน 10 ตร.ม. เป็นต้น (ตามมาตรฐาน BS 5628 Part 1 : 1992 สำาหรับแรงดันด้านข้างผนัง เท่ากับ 25 กก./ตร.ม.) และ ปลายกำาแพงที่ยื่นออกมาจากเสา เกินกว่า 1.50 ม.(ยกเว้น กรณีใช้ตัวก้อนคอนกรีตมวลเบา หนา 7.5 ซม.ต้องทำา เสาเอ็น คสล. ทุกขนาดพื้นที่ ที่ก่อไม่เกิน 10 ตร.ม.) พื้นที่สูงสุดของผนังคอนกรีตมวลเบา โดยไม่ต้องมี เสาเอ็น / ทับหลัง คสล.
  2. การก่อผนังให้ก่อชนท้องคานหรือท้องพื้นทุกแห่ง โดยเว้น ช่องไว้ประมาณ 2 – 3 ซม. แล้วอุดปูนทรายตลอดแนว และยึดแผ่นเหล็กยึดแรง (Metal strap) ที่ท้องพื้นหรือ ท้องคานไว้ทุกระยะไม่เกิน 1.20 ม. สำาหรับผนังที่ก่อสูงไม่ ชนท้องคานหรือพื้น
  1. การก่อผนังที่ชนกับท้องพื้นโครงสร้างอาคาร ซึ่งมีโอกาส แอ่นตัวลงมาได้ ตามหลักการใช้งานก่อสร้างบางประเภท เช่น พื้นระบบ Post-Tension จะต้องเว้นช่องว่างที่ส่วนบนไว้ ประมาณ 2.5 – 4 ซม. แล้วเสริมวัสดุที่มีความยืดหยุ่นตัว เช่น โฟม , แผ่นยาง หรือ Fiber Glass อุดด้วยปูนทราย ให้เต็ม ก่อนฉาบทับและทำาการเซาะร่องตามแนวรอยต่อ
  2. การก่อผนังที่ชนกับโครงสร้างเหล็ก จะต้องเว้นช่องว่างที่ ส่วนบน ไว้ประมาณ 35 – 40 ซม. แล้วทำาการเททับหลัง คสล. ก่อนการก่อชั้นสุด อุดด้วยปูนทรายให้เต็ม ก่อฉาบ ทับและทำาการเซาะร่องตามแนวรอยต่อ
  3. ก่อนการประกอบแบบเท คานทับหลังหรือ เสาเอ็น จะต้อง ทำาการกรีด(ทา)ปูนก่อคอนกรีตมวลเบาที่ผสมเหลว เพื่อ เป็นตัวประสานระหว่าง คอนกรีตปกติกับคอนกรีตมวลเบา

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี 11

ข้อแนะนำาในการใช้ แผ่นเหล็กยึดแรง (Metal strap) กับ การก่อผนังคอนกรีตมวลเบา พีซีซี

1. ควรมีระยะฝังของ Metal strap ในตัวก้อนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 2. ใช้เหล็กขูดเซาะร่อง ขูดตัวก้อนให้มีความยาวของระยะฝังเหล็ก

ของความยาวก้อMetal strap ประมาณ 1 ซม. และมีความลึกของร่องขูด ประมาณ 5 มม.

3. วางแผ่นเหล็กยึดแรง Metal strap (ที่ดัดฉากแล้ว) ตามร่อง 4. การก่อแบบประสานมุม (Interlocking) สามารถทำาได้เมื่อใช้ ที่ขูดไว้ ใช้ตะปูชนิดตอกคอนกรีต 1 นิ้ว ตอกยึด Metal strap คอนกรีตมวลเบา หนา 10 ซม. ขึ้นไป ให้ตอกตะปูชนิดตอกไม้ 3 เข้ากับตัวโครงสร้างและใช้ตะปูชนิดตอกไม้ 3 นิ้ว ตอกยึด Metal นิ้ว ยึดแผ่นเหล็ก Metal strap กับตัวก้อนคอนกรีตมวลเบา ยึด strap เข้ากับตัวก้อนคอนกรีตมวลเบา หัวและท้ายแบบทแยงกัน จำานวน 4 ตัว

12 คอนกรีตมวลเบา พีซีซี

วิธีการฉาบคอนกรีตมวลเบา พีซีซี และข้อสังเกต

ขั้นตอนที่ 1 ควรฉาบให้มีความหนาเฉลี่ย 1.0 ซม. คือที่ความหนา 0.5 – 1.5 ซม. โดยทำาการฉาบ 2 ชั้น ชั้นละประมาณครึ่งหนึ่ง ของความหนาทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อฉาบชั้นแรกแล้วให้ทิ้งไว้ให้หมาด แล้วฉาบชั้นที่สองต่อ จนได้ความหนาที่ต้องการ หลังจากนั้นแต่งผิวให้เรียบตามวิธีปกติ

14 คอนกรีตมวลเบา พีซีซี

อุปกรณ์ยึด – แขวนกับผนังคอนกรีตมวลเบา พีซีซ

พุ๊กสำาหรับคอนกรีตมวลเบา Metal expansion fixing FMD • ออกแบบพิเศษด้วยโลหะบางและคมเพื่อยึดกับวัสดุที่มีความหนาแน่นน้อย

  • เวลาใช้งานให้เจาะรูนำาให้เล็กกว่าพุ๊กเสมอ
  • -พุ๊กเบอร์ 6×32 ให้ใช้ดอก Ø 4-5 มม. ให้เจาะลึก 34-38 มม.

วิธีการติดตั้งพุ๊ก FMD

กรณีที่อิฐมวลเบาฉาบแล้ว -เจาะลึกเท่ากับความหนาของปูนฉาบ(จนถึงเนื้อ คอนกรีตมวลเบา)

พุ๊กเบอร์ 6 ใช้ดอกเจาะปูน Ø 5-6 มม.

ตอกพุ๊กเข้าไป ขันสกรูเข้าไปในชิ้นงาน

ในชิ้นงานให้จม

การเจาคอนกรีตมวลเบา (ไม่ควรใช้ระบบกระแทก) ใช้ดอกเล็กกว่าขนาด Ø ของพุ๊กอย่างน้อย 1 เบอร์ ควรเจาะลึกมากกว่าความยาวของพุ๊ก 2-3 มม.

-พุ๊กเบอร์ 6×32 ให้ใช้ดอก Ø 4-5 มม. ให้เจาะลึก 34-38 มม.

*หมายเหตุ

การเลือกขนาดความยาวของพุ๊กควรคำานึง ถึงความหนาของคอนกรีตมวลเบาไม่ควร เลือกขนาดของพุ๊กที่มีความยาวใกล้เคียง กับความหนาของคอนกรีตมวลเบา

เสร็จสมบูรณ์

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี 17

โครงการที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ

อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนอร์ท -เชียงใหม่ โชคทวีเรซิเดนท์ แอนด์แ มนชั่น

หมู่บ้านจิตอารีวิลล์ โครงการ 4 จังหัด ลำาปาง

18 คอนกรีตมวลเบา พีซีซี

โครงการที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ

โครงการ NEW AGE ถนนราชพฤกษ์ คลีนิกทันตกรรมฟอร์จูน

ศูนย์แสดงและจำาหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรม จังหวัดลำาปาง

ศูนย์บริการ TOYOTA บจก.โตโยต้า เชียงใหม่ ที่ทำาการองค์การบริหารส่วนตำาบลบ้านแปะ

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี 19

คอนกรีตมวลเบา พีซีซี

แข็งแรง ทนทาน ใช้งานง่าย

PIBOON CONCRETE Co.,Ltd.PCC

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท พิบูลย์คอนกรีต จำากัด สำานักงานขาย : 292/1 ถ.เชียงใหม่-ลำาปาง ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 0-5387-2378 แฟกซ์. 0-5341-2339 สำานักงานโรงงาน : 263/1 หมู่ 10 ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50290 โทร. 0-5384-9434-8 แฟกซ์. 0-5384-9439

E-mail : pcc@pcc-concrete.co.th www.pcc-concrete.co.th มอก. 1505-2541

เปิดอ่าน 1,649 ครั้ง โพสเมื่อ : 21 กรกฎาคม 2011

แสดงความคิดเห็น