ปิดเมนู

กระจกฉนวนหรือกระจกกันความร้อน

กระจกฉนวนหรือกระจกกันความร้อน

 

กระจก..วัสดุกันความร้อนคืออะไร มาทำความรู้จักกัน

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าอาคารขนาดใหญ่ ขนาดกลาง รวมทั้งที่พักอาศัยขนาดเล็กมีการใช้กระจกกันอย่างแพร่หลายเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะ ” กระจกฉนวน” หรือที่เราเรียกกันว่า ” กระจกกันความร้อน” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีคุณสมบัติในการป้องกัน หรือลดความร้อนสู่ภายในอาคาร และมีผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานในอาคาร แต่การใช้วัสดุประเภทนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าสามารถกันร้อน และประหยัดพลังงานได้จริงหรือไม่ หรือยังมีวัสดุอื่นที่ดีกว่า หรือเทคนิคการอออกแบบ และการติดตั้งแบบใดกันแน่ที่ทำให้วัสดุดประเภทนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดglass house-001

กระจกฉนวน หรือกระจกกันความร้อน มีส่วนประกอบด้วยแผ่นกระจก 2 ชั้น หรือมากกว่าวางซ้อนกัน โดยมีช่องว่างระหว่างแผ่นกระจก 2 แผ่น ที่เป็นอากาศเพื่อช่วยกั้นเป็นฉนวนกันความร้อน และลดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ กระจก 2 ชั้นแบบชนิดปลายหลอมเข้าหากัน จะผลิตจากแผ่นกระจก และปลายกระจกสองแผ่นหลอมเข้าหากันโดยมีความหนาของแผ่นกระจกไม่น้อยกว่า 3/32″ ช่องว่างภายในมีขนาดความหนาไม่น้อยกว่า 3/16″ ภายในบรรจุก๊าซเฉื่อย หรืออากาศแห้ง กระจกชนิดที่มีลักษณะปลายหลอมนั้นเหมาะกับช่องแสงขนาดไม่ใหญ่มาก หรืออาคารพักอาศัยขนาดเล็ก หรือร้านค้าสำนักงานขนาดกลาง

glass house-002

ในกรณีอาคารขนาดใหญ่ หรือสำนักงานที่มีความสูง อาจใช้ลักาณะของกระจกฉนวน หรือกระจกกันความร้อนแบบกระจก 2 ชั้น ชนิดปลายแยกโดยจะมีการจัดระยะการเป็นโลหะ หรืออโลหะคั่นกลาง หรือแท่งยาว และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยการเพิ่มสารดูดความชื้นเพื่อป้งอกันในกรณีที่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ภายใน โดยจะดูดความชื้นจากอากาศให้แห้งมิให้เกิดหยดน้ำ โดยจะมีความหนาของแผ่นกระจกไม่น้อยกว่า 1/8-3/8″ และยังสามารถเพิ่มประสิทธภาพของความเป้ฯฉนวนกันความร้อนโดยตัวกระจกจะเป็นชนิดผสมสีอ่อนๆ สารสะท้อนแสง หรือสารกรองแสงได้ หรืออาจจะเคลือบสารกรองแสงอย่างอื่นบนกระจก จะด้านเดียว หรือสองด้านก็ได้โดยเพิ่มลดรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ภายในช่องว่าง แถมยังเพิ่มความสว่างจากการมองเห็นอีกด้วย ถ้ามนกรณีที่ต้องการเป็นกระจกนิรภัย แผ่นกระจกจะต้องเพิ่มประสิทธภาพด้วยการเคลือบ หรืออบความร้อนเพิ่มขึ้น

glass house-003 glass house-004

การพิจารณาเลือกใช้กระจกที่มีคุณสมบัติในการเป็นกระจกฉนวน หรือกระจกกันความร้อน ดูจะเป็นวิธีเหมาะสมกับอาคารขนาดใหญ่ หรืออาคารสูงที่ผู้อยู่อาศัยในอาคารยังต้องการประสิทธิภาพของรูปแบบตัวอาคาร ได้มุมมองวิวที่เกิดขึ้นจากภายในสู่ภายนอก และภายนอกสู่ภายใน รวมทั้งได้แสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในอาคาร โดยปราศจากความร้อนที่เข้ามากับแสงแดด แต่วัสดุที่เป็น กระจกเหล่านี้ อาจต้องพิจารณาในเรื่องการบำรุงรักษา ความสะอาด ความแข็งแกร่งในการป้องกันแสงต่างๆ ด้วย ที่สำคัญควรพิจารณาถึงมูลค่าของราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นว่าเหมาะกับภาระการใช้พลังงานในอาคารหรือไม่อย่างไร

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : นิตยสาร Me style Home and live

 

เปิดอ่าน 275 ครั้ง โพสเมื่อ : 29 เมษายน 2015

แสดงความคิดเห็น