fbpx
ปิดเมนู

จัดการระบบน้ำ เพื่อสวนสวยอยู่คู่บ้านคุณตลอดไป

ระบบรดน้ำในสวนอัตโนมัติ

"น้ำ" ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างมากกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สำหรับพืชนั้น "น้ำ" ทำหน้าที่หลายอย่างที่สำคัญ เช่นรักษาอุณหภูมิภายในต้นไม้ โดยการคายน้ำออกมาทำให้เรารู้สึก เย็นสบาย การนำพาธาตุอาหารต่างๆ ที่อยู่ภายในดิน หรือละลายปุ๋ยให้ต้นไม้ของเราได้ใช้ประโยชน์ หรือแม้กระทั่งเป็นตัวเริ่มต้นในการสังเคราะห์แสงทำให้ต้นไม้ของเราอาหารสำหรับการ  ดำรงชีพอยู่ได้
เห็นไหมคะว่า น้ำมีความสำคัญไม่แพ้กับดิน หรือวัสดุปลูกเลย และดูจะสำคัญกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะต้นไม้ขาดน้ำไม่กี่วันก็ตาย แต่ถ้าเราให้น้ำในปริมาณที่มากจนเกินไปที่มากเกินความ ต้องการ ต้นไม้ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชได้เช่นกันนะคะ ดังนั้นการให้น้ำต้นไม้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จากพฤติกรรมส่วนใหญ่ที่พบเห็นกัน ก็คือแรกๆ ปลูกเราก็จะรด น้ำทุกวัน ถัดมาก็ 2-3 วันครั้ง หนักเข้าก็ไม่อยากรดซักเท่าไหร่ มีอารมณ์ก็รดอะไรประมาณนั้น

เรียบเรียงโดย : thaidrawing

water-002

ปกติระบบให้น้ำกับพืชเราสามารถแบ่งออกได้ง่ายๆ เป็น 3 แบบ

1. แบบลากสายยาง ซึ่งเป็นแบบที่เราคุณเคยมากที่สุด ข้อดีคือเราได้ชืนชมต้นไม้ของเรา ได้ออกกำลังกายในการลากสายยาง ข้อเสียคือเสียเวลาในการรดน้ำ และขาดความแม่นยำของปริมาณน้ำที่เราให้กับต้นไม้

water-003

2. แบบน้ำหยด ระบบน้ำหยดเม็ดน้ำที่ออกมาจะไม่พุ่งเป็นละอองและไม่เลอะ เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความเนี๊ยบ สะอาด อย่างเช่น งานต้นไม้ในอาคาร ระบบสวนแนวตั้ง หรือไม่ก็เป็นสวนบนพื้นที่สูงมีลมแรง วัสดุที่เหมาะสำหรับปลูกในน้ำหยดควรเป็นดินร่วน น้ำซึมผ่านได้ง่ายมีอัตราการใช้น้ำของระบบค่อนข้างต่ำ

water-004

3. แบบสปริงเกอร์ เป็นการให้น้ำโดยการพ่นเป็นละอองไปในอากาศแล้วค่อยตกลงมาบนพื้นดิน อาจจะดูเลอะเทอะบ้างถ้ามีการวางทิศทางของหัวสปริงเกอร์ไม่ดี น้ำมีโอกาสที่จะหยดออกนอกพื้นที่หากมีลมพัดมา และเป็นระบบที่ต้องการใช้น้ำในระบบในปริมาณที่มากพอสมควร วัสดุปลูกค่อนข้างมีผลน้อยต่อวิธีการให้น้ำแบบนี้

water-001

สำหรับปั๊มที่ใช้ในระบบน้ำหยดต้องการแรงดันค่อนข้างต่ำกว่าระบบสปริงเกอร์ เพราะว่าไม่ต้องใช้แรงดันมากในการจ่ายน้ำ แต่ระบบน้ำหยดอาจมีปัญหาเรื่องการอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหากวนใจพอสมควร ส่วนระบบสปริงเกอร์ก็มีปัญหาเรื่องการอุดตันบ้างแต่ไม่หนักเท่่าไหร่

ส่วนการพิจารณาว่าเราควรจะเลือกใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยหรือไม่ อันดับแรกขอให้มั่นใจว่าไม่มีเวลาจริงๆ ประการต่อมาคือถ้าเลือกใช้ระบบอัตโนมัติเราต้องยอมรับว่าเราต้องใช้เวลาในการดูแลระบบด้วยเช่นกันไม่เช่นนั้นแล้วระบบที่เราติดตั้งเข้าไปอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น หัวปล่อยน้ำตัน หรือเสียหายจากสัตว์เลี้ยง หัวปล่อยน้ำปล่อยออกมาตามทิศทางที่กำหนดหรือไม่ ท่อมีการรั่วซึมบริเวณไหนบ้าง ปั๊มทำงานผิดปกติหรือไม่ ส่วนอันสุดท้าย คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายลงไป ทำอย่างไรให้ประหยัดที่สุด เช่น ปั๊มน้ำเดิมยังใช้ได้มั้ย หรือถังเก็บน้ำที่เราใช้อยู่เพียงพอสำหรับใช้ร่วมกับระบบน้ำที่จะเพิ่มเติมเข้าไปหรือเปล่า จะต้องซื้อถังเก็บน้ำแยกต่างหากมั้ย หรือทำระบบแยกจากน้ำใช้ภายในทั้งหมด

ที่มา : me style home and living

เปิดอ่าน 372 ครั้ง โพสเมื่อ : 11 พฤษภาคม 2015

แสดงความคิดเห็น