fbpx
ปิดเมนู

มาตรฐานงานเขียนแบบ บทที่ 3

บทที่ 3
มาตรฐานงานเขียนแบบ

สาระการเรียนรู้
เพื่อให้การเขียนแบบเป็นไปในแนว ทางเดียวกัน การปฏิบัติงานจึงมีมาตรฐานในการเขียนแบบ โดยเฉพาะชนิดของเส้นรและตัวอักษรที่ใช้ในการเขียนแบบ จะต้องมีมาตรฐานเป็นสากล ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำความเข้าใจกันได้ง่าย การที่เป็นรูปแบบอันเดียวกันทำให้ข้อมูลพื้นฐานเป็นไปในแนวเดียวกัน สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานที่

เนื้อหา
1. เส้น
2. มาตราส่วน
3. ตัวอักษร

จุดประสวค์การเรียนรู้
1. บอกลักษณะของเสนและมาตราส่วนที่ใช้ในงานเขียนแบบได้
2. เลือกใช้เส้นในงานเขียนแบบได้ถูกต้อง
3. ใช้มาตราส่วนย่อและขยายในงานเขียนแบบได้
4. บอกประเภทของตัวอักษรได้
5. สามารถเขียนตัวเลขและตัวอักษรได้

งานเขียนแบบเป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสารกัน ระหว่างผู้เขียนแบบ ผู้ออกแบบกับช่างผู้ผลิตงานเขียนแบบจึงต้องกำหนดมาตรฐานเพื่อให้มีความเข้า ใจตรงกัน และในงานเขียนแบบก็มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะและประเภทงาน ในที่นี้จะกล่าวถึงในส่วนที่เป็นเบื้องต้นทั่วไป ได้แก่เส้น มาตราส่วน และตัวอักษร

1. เส้น
ลักษณะของเส้นในงานเขียนแบบไมาว่าจะเป็น เส้นที่เขียนด้วยดินสอหรือใช้เขียนด้วยปากกาเขียนแบบ ขนาดของเส้นจะต้องคงที่สม่ำเสมอและเลือกใช้ให้ถูกกับลักษณะของเส้นนั้นๆ เส้นจะเป็นตัวกำหนด ขนาดและลักษณะรูปร่างของวัตถุ ซึ่งการเขียนรูปร่างของวัตถุนั้นต้องใช้เส้นชนิดต่างๆ หลายชนิดด้วยกัน เช่น เส้นขอบรูป เส้นประ เส้นเล็กศูนย์กลาง ฯลฯ เส้นที่ใช้ในการเขียนแบบกำหนดความหนาของเส้นตามระบบ ISO ซึ่งกำหนดเป็นมาตรฐานสากล ดังแสดงในตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ชนิดของเส้นที่ใช้ในการเขียนแบบ

ชนิดของเส้น
(ม.ม.)
ลักษณะของเส้น ปากกา
(ม.ม.)
ดิน
สอ
การใช้งาน
เส้นเต็มหนา 0.5 HB ใช้เป็นเส้นขอบรูปที่มองเห็นชัดเจน
เส้นต็มบาง 0.25 2H ใช้เป็นเส้นร่างแบบ, เส้นบอกขนาด,
เส้นช่วยบอกขนาด, เส้นแสดงรอยตัด
เส้นประ 0.35 H ใช้เป็นเส้นขอบงานที่ถูกบังไว้
เส้นศูนย์กลางหนา 0.5 HB เส้นแสดงแนวตัด
เส้นศูนย์กลางบาง 0.25 2H เส้นผ่าศูนย์กลางของชิ้นงานกลม
เส้นมือเปล่า 0.25 2H เส้นแสดงรอยตัดย่อส่วน
เส้นแสดงรอยตัดแตกตัว

การเลือกใช้เส้นจะต้องใช้ให้ถูกกับชนิดของเส้น ให้คำนึงถึงขนาดและความหนาของเส้นที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปจะใช้ในลักษณะของค่าประมาณ ลักษณะของเส้น ไม่ว่าจะเขียนด้วยดินสอหรือใช้ปากกาเขียนด้วยน้ำหมึกนั้น ขนาดของเส้นจะต้องคงที่สม่ำเสมอและเลือกใช้ให้ถูกกับลักษณะของเส้นนั้นๆ ขนาดของเส้นที่ใช้ปากกาจะทำให้ได้เส้นคงที่สม่ำเสมอกัน ส่วนขนาดของเส้นที่ใช้ดินสอจะขึ้นอยู่กับขนาดของใส้ดินสอและการเอียงดินสอ ดังรูป 3.1

รูปที่ 3.1 ตัวอย่างของเส้นที่ใช้ในงานเขียนแบบ

2. มาตราส่วน
แบบงานส่วนมากจะเขียนแบบเท่ากับชิ้นงานจริง บางครั้งชิ้นงานมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถเขียนลงบนกระดาษเขียนแบบได้ จำเป็นต้องย่อขนาดลง ในขณะเดียวกันถ้าชิ้นงานมีขนาดเล็กมาก ในการที่จะเขียนเท่าขนาดจริงนั้นจะทำให้แบบไม่ชัดเจน มีขนาดเล็ก การเขียนหรือการอ่านแบบจะทำได้ยาก จำเป็นต้องเขียนแบบขยายเพิ่มใหญ่ขึ้น มาตราส่วนที่ใช้ในการเขียนแบบจึงมีส่วนจำเป็นมาก โดยแบ่งมาตราส่วนที่ใช้ในการเขียนแบบออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. มาตราส่วนจริง ขนาดของชิ้นงานที่เขียนแบบจะมีขนาดเท่าของจริง สัญลักษณ์ 1 : 1 ซึ่งมีขนาดเท่ากับของจริงนั้นๆ
2. มาตรราส่วนย่อ ขนาดของแบบงานจะย่อเล็กลงตามความเหมาะสม ซึางมีสัดส่วนดังนี้ 1 : 2, 1 : 5, 1 : 10, 1 : 100, 1 : 1000 ฯลฯ เลข 1 หมายถึง ขนาดจริง และ เลข 2 หมายถึง ย่อขนาดลงหรือครึ่งหนึ่งของของจริง นั่นคือ เป็นต้น มีใช้งานหลายขนาด ดังแสดงในตารางที่ 3
3. มาตราส่วนขยาย ขนาดของแบบงานจะขยายใหญ่กว่าแบบจริงที่กำหนด เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ เช่น 2 : 1 ซึ่งเลข 1 หมายถึงขนาดจริง เลข 2 หมายถึงขยายขนาดขึ้นเป็น 2 เท่า นั่นคือ เป็นต้น มีใช้งานหลายขนาดดังแสดงในตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ขนาดมาตราส่วนที่ใช้ในงานเขียนแบบ

ขนาดชิ้นงาน มาตราส่วนที่นิยมใช้
ขนาดจริง
ขนาดย่อ
ขนาดขยาย
1:1
1:2, 1:5, 1:10, 1:20, 1:50, 1:100, 1:200,1:500, 1:1000
2:1, 5:1, 10:1, 20:1, 50:1, 100:1, 200:1, 500:1, 1000:1

การเปรียบเทียบขนาดสัดส่วน ตามมาตราส่วนจริง มาตราส่วนย่อ และมาตราส่วนขยาย (ดังรูปที่ 3.2)

รูปที่ 3.2 การเปรียบเทียบมาตราส่วน

3. ตัวอักษร
แบบตัวอักษรที่ใช้ในงานเขียนแบบ จะต้องเป็นแบบตัวอักษรที่เขียนแล้วสามารถอ่านได้ง่ายและขนาดเหมาะสมกับแบบ ที่เขียน ซึ่งถ้าไม่เหมาะสมแล้วจะทำให้แบบที่เขียนนั้นดูไม่สวยงามและไม่เป็นระเบียบ ดังนั้นแบบตัวอักษรจึงมีความสำคัญต่องานเขียนแบบมาก การกำหนดมาตรฐานของตัวอักษรแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ตัวอักษรโรมัน และตัวอักษรภาษาไทย
1. ตัวอักษรโรมัน และตัวเลขอารบิคที่ใช้ในงานเขียนแบบมี 2 ชนิด คือ
1.1 ตัวอักษรแบบตรง ตามมาตรฐานสากล (มอก.210-2520) (ดังรูป 3.3)

รูปที่ 3.3 ตัวอักษรแบบตัวตรงตามมาตรฐานสากล (มอก.210-2520)

1.2 ตัวอักษรแบบเอียง ตามมาตรฐานสากล (มอก.210-2520) (ดังรูป 3.4)

ขนาดและระยะของตัวอักษร (ม.ม.)

ความสูงของตัวอักษรตัวใหญ่ =
ขนาดความสูงของตัวอักษรตัวเล็ก =
ความหนาของตัวอักษร =
ความยาวส่วนล่างอักษรตัวเล็ก =
ระยะห่างระหว่างบรรทัด =
ระยะช่องไฟของตัวอักษร =

 

รูปที่ 3.4 ตัวอักษรแบบตัวเอียงตามมาตรฐานสากล (มอก.210-2520)

2. ตัวอักษรภาษาไทย
ตัวอักษรที่ใช้ในราชการ ในปัจจุบันเขียนด้วยคอมพิวเตอร์ เพราะมีความเป็นมาตรฐาน นิยมใช้ 2 รูปแบบ คือ
2.1 ตัวอักษรประดิษฐ์ นิยมใช้ในการเขียนใบประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร การ์ดเชิญร่วมงาน ในพิธีต่างๆ ในการเขียนจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วย หรือเขียนด้วยมือเปล่า (ดังรูป 3.5)

รูปที่ 3.5 ตัวอักษรหัวเหลี่ยม

2.2 ชนิดหัวกลม ตามมาตรฐานสากล (มอก.210-2520) (ดังรูป 3.6)

รูปที่ 3.6 ตัวอักษรหัวกลม

เปิดอ่าน 18,980 ครั้ง โพสเมื่อ : 21 กันยายน 2011

แสดงความคิดเห็น