ปิดเมนู

ห้องรับแขกกับฮวงจุ้ย

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ห้องรับแขกเปรียบเสมือน หน้าตาของบ้านก็ว่าได้ เพราะแขกไปใครมา เป็นต้องมานั่งสนทนาปราศรัยก้นในห้องนี้ทำให้แทบทุกบ้านมักจะใส่ใจก้บการตกแต่งห้องรับแขกมากเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่ต้องต้อนรับแขกซึ่งมาติดต่อธุระการงานอยู่ บ่อยครั้ง ก็ควรจะเสริมความเป็นมงคลให้บุคคลที่มาเยี่ยมเยือนนำโชคลาภ บารมีมาให้หรือแม้แต่บ้านที่ไม่ค่อยมีใครมาเคาะประตูเท่าไรนัก ส่วนใหญ่ ก็จะใช้ห้องนี้สำหรับการพักผ่อนหรือพูดคุยก้นระหว่างสมาชิกในครอบครัว เรียกว่าอาจจะใช้เวลาในพื้นที่บริเวณนี้มากกว่าห้องส่วนตัวของตัวเองด้วยซ้ำา อาจารย์จึงอยากจะขอแนะนำการจัดห้องรับแขกให้ถูกต้องตามหลัก ฮวงจุ้ยดังนี้

เริ่มก้นที่ตำแหน่งของห้องรับแขกซึ่งควรจะเป็นห้องแรกของบ้านที่เปิด ประตูเข้ามาเจอเสมอ ไม่ว่าหน้าบ้านของเราจะหันไปทางทิศไหนก็ตาม จาก นั้นในโถงของห้องรับแขกจะต้องมีจุดตั้งรับนั่นคือมีที่นั่งโซฟาหรือชุดเก้าอี้รับแขก จะเป็นรูปแบบไหนนั้นไม่สำคัญเท่าไรเพราะทุกบ้านก็มักจะมี สไตล์แตกต่างกันไปตามรสนิยมของผู้อยู่อาศัย แต่สิ่งที่ทุกบ้านควรจะมี เหมือนกันก็คือเนินรับแขกที่เชื่อมจากประตูมาสู่บริเวณรับแขกโดยจะต้อง มีพื้นที่กว้างไม่มีสิ่งของตั้งระเกะระกะ ซึ่งก็มีลักษณะเดียวกับเนินหงล์แดง ตรงหน้าบ้านของเรานั่นเอง

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้โต๊ะรับแขกซึ่งใช้วางแก้วนํ้าที่วางอยู่ตรง หน้าที่นั่งหรือโซฟาให้ทำหน้าที่เป็นเนินหงล์แดงได้ เพียงแต่ว่าโต๊ะรับแขก จะต้องไม่มีลักษณะเป็นสิ่เหลี่ยม อาจจะเป็นวงกลมหรือรูปวงรีก็ได้ เพราะตามทฤษฎีบอกไว้ว่าจะช่วยให้คนที่ไปมาหาสู่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกับเรา ไม่คอยทิ่มแทงเราเช่นเดียวกับเหลี่ยมมุมของโต๊ะสี่เหลี่ยม และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือโต๊ะกลมจะเปรียบเสมือนตำแหน่งของอัศวินโต๊ะกลมที่เมื่อมาชุมนุมกัน ก็จะมีแต่ความรักใคร่สามัคคีและร่วมมือกัน

เกี่ยวกับสิ่งทิ่อาจารย์กำลังพูดถึงนี้น่าจะทำให้ทุกคนหวนกลับไปนึกถึง เรื่องสัตว์สวรรค์ทั้งสิ่ที่ได้อธิบายไปแล้วใช่ไหม

ถูกต้องแล้วค่ะ หลังจากที่จัดพื้นที่รอบบ้านตามหลักสัตว์สวรรค์ทั้งสี่เรียบร้อยแล้วในห้องรับแขกของบ้านก็ยังต้องนำหลักดังกล่าวมาจัดตกแต่ง ด้วยเสมอ เพี่อเสริมความสมดุลระหว่างหยินกับหยางให้ลงตัวในทุกส่วนของ ห้อง เมื่อมีเนินหงสัแดงเป็นลานต้อนรับแขกแล้ว ในส่วนอื่นๆ ก็ทำตามหลัก ได้เลยนั่นคือด้านหลังของห้องรับแขกซึ่งเป็นตำแหน่งเต่าดำก็ให้ตกแต่ง ด้วยสิ่งที่มีความสูงและความมั่นคง อาจจะเป็นชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ หรือโซฟาที่มีความหนักแน่นโดยมืฝาผนังสูงรองรับ

แต่ถ้าบ้านไหนไม่มีผนังกั้นหรือเป็นพื้นที่โล่งต่อกับห้องอื่นไปเลย ก็ให้ แก้ฮวงจุ้ยด้วยการเอาหมอนใบใหญ่ไปวางให้หลังของเราพิงได้ ทำให้รู้สึก ถึงความมั่นคงของเต่าดำ ส่วนด้านช้ายมีอเมื่อนั่งบนโซฟาตัวหลักที่เป็น ตำแหน่งมังกรเขียวให้นำสิ่งที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาไปวางไว้ เช่น ตู้เลี้ยงปลา กระถางต้นไม้ เป็นต้น และโซฟาหรือที่นั่งทางด้านซ้ายก็ควร จะยาวกว่าด้านขวาเสมอในขณะที่ฝังของเสือขาวทางขวามือควรปล้อยให้ เรียบโลงสะอาดตา1ไว้เป็นดีที่สุด
การจัดฮวงจุ้ยห้องรับแขกที่ผิดพลาดส่วนใหญ่มักจะเป็นการวางโต๊ะ รับประทานอาหารไว้ในห้องรับแขกซึ่งเป็นห้องแรกของบ้านค่ะ โดยเฉพาะ บ้านที่มีพื้นที่จำกัดหรือห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่มักจะจัดสรรให้โซนครัว และโต๊ะอาหารอยู่ในบริเวณเดียวกับห้องรับแขกด้วยจริงอยู่ที่ตามไลฟ์สไตล์ ของคนสมัยใหม่การจัดบ้านเช่นนี้เป็นลักษณะที่ลงตัว แต่ว่าในทางฮวงจุ้ย จะส่งผลเสียแก่ผู้อยู่อาศัยแน่นอนนั่นคือเมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาพบกับ โต๊ะอาหารเป็นอย่างแรกจะทำให้มีรายจ่ายเยอะและคิดแต่เรื่องกินทางด้าน สุขภาพก็มีปัญหาท้องผูกท้องเสียเป็นประจำ ถ้าหากไม่สามารถปรับเปลี่ยน ได้จริงๆให้แก้ฮวงจุ้ยโดยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้งให้เก็บและ เช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นเอาหนังสือหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับ การทำงาน เซ่น เครื่องเขียน หรือแฟ้มข้อมูลต่างๆ หรือแจกันดอกไม้มาวาง ไว้ เมื่อสัดส่วนของการใช้รับประทานอาหารน้อยลงก็จะช่วยบรรเทาผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นได้

ความผิดพลาดอันคุ้นชินอีกอย่างหนึ่งก็คือการวางชุดโต๊ะรับแขกหันหลัง ให้ประตู ถือเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมากพอสมควร เพราะในทางฮวงจุ้ยถ้าหาก ใครเข้ามาหาทางประตูเราก็จะไม่เห็น เปิดโอกาสให้เขาสามารถแทงข้างหลัง เราได้นอกจากนี้ยังส่งผลเสียให้เกิดการขโมยทั้งไอเดียโอกาสความรู้บริวาร และอาจจะถึงขั้นขโมยคนรักของเราไปได้ค่ะ เพราะฉะนั้นคำว่าจุดตั้งรับต้อง หมายความว่าเราตั้งหน้ารับทุกสิ่งอย่างที่จะเข้ามาหา ไม่ว่าคนอื่นจะเข้ามาทางทิศไหน เราจะอยู่ในตำแหน่งเอียงซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่ทีสำคัญต้องนัง แล้วเห็นประตูทางเข้าเสมอ

สิงที่อธิบายมานี้ นอกจากจะเป็นหลักฮวงจุ้ยแล้วยังเป็นศาสตร์ที่ สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ ทุกอย่างจึงเป็นเหตุเป็น ผลสำหรับการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเป็นอย่างมาก

เมื่อรู้ตำแหน่งที่ควรจะจัดวางสิ่งของกันคร่าวๆ แล้ว ทีนี้เรามาลงลึกถึง รายละเอียดกันดีกว่า ตามตำราที่อาจารย์ค้นคว้าและนำมาใช้กับตัวเองจน เห็นผล พื้นของห้องรับแขกนั้นควรจะตํ่าลงไปใต้ดินอย่างน้อยประมาณ 80 เซนติเมตรเพราะพลังของดินจะถ่ายเทขึ้นมาทำให้บ้านของเราเย็นทั้งวันทั้งคืน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเลยยิ่งไปกว่านั้นห้องรับแขกที่มี พื้นตํ่าลงไปจะทำหน้าที่เหมือนถุงเงินถุงทองคอยเก็บกักทรัพย์สมบัติเอาไว้ ยิ่งถ้าหากบ้านไหนมีประตูรั้วและประตูบ้านที่มีฃนาดมงคลอยู่ในตำแหน่ง เดียวกันแล้วละก็พลังซี่ที่ดีก็จะไหลจากหน้าบ้านผ่านเข้าประตูมายังถุงเงิน ถุงทองในห้องรับแขกของเราโดยตรง

ถ้าหากบ้านไหนไม่สะดวกที่จะสร้างห้องรับแขกในลักษณะนี้ก็ไม่เป็นไร เราสามารถเสริมมงคลด้วยวิธีอื่นเป็นการชดเชยได้ เพราะเท่าที่เคยเห็น ในประเทศไทยมีบ้านจำนวนไม่มากนักที่จะทำห้องรับแขกให้ตํ่าลงไปใต้ดิน เพราะเกรงว่าจะประสบกับอุทกภัยโดยเฉพาะบ้านไทยโบราณส่วนใหญ่จะ เป็นบ้านใต้ถุนสูงที่มุ่งเน้นให้ลมพัดถ่ายเทด้านล่างเสียมากกว่าชึ่งนั่นก็เป็น เรื่องของวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ แต่สำหรับบ้านที่มีห้องรับแขกตํ่าลงไปใต้ดิน ข้อดีตามหลักทฤษฎีอีกอย่าง หนึ่งที่เห็นได้ซัดคือ เวลาใครมาบ้านเราระหว่างที่ก้าวผ่านประตูมายังห้องรับแขกต่างก็ต้องก้มหัวให้เราด้วยกันทั้งนั้น เพราะทำทางเข้าลาดลงไปใน บ้านเวลาลงก็ต้องก้มหัวลงมองทางเดิน วิธีนี้จะส่งผลให้แขกผู้มาเยือนมี ความเคารพนบนอบต่อเรา ทำให้คนในบ้านเคารพนับถือกัน และลูกน้อง บริวารในบ้านจะไม่แย่งกันเป็นใหญ่ สิ่งสำคัญในการตกแต่งห้องรับแขกตามหลักฮวงจุ้ยที่ไม่บอกไม่ได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าอาจารย์หวงวิชา นั่นคือการจัดวางสิ่งของเสริมโชคลาภบารมี และการตกแต่งให้ครบ 5 ธาตุ

เรามาเริ่มต้นที่เรื่องโชคลาภกันก่อนวัตถุที่สามารถเสริมมงคลได้ดี เป็นอย่างยิ่งในเรื่องนี้คือโถสมบัติค่ะ เมื่อผ่านประตูเข้ามาในห้องรับแขกเรา ควรจะเห็นโถสมบัติตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงประตูเลยถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด ค่ะ ส่วนรูปแบบจะเป็นเช่นไรหรืองานศิลปะในยุคใดก็ได้ แต่อยากจะเน้นให้ มีขนาดใหญ่เข้าไว้จำไว้ว่ายิ่งใหญ่เท่าไรเราก็ยิ่งบรรจุโชคลาภได้มากเท่านั้น และรายละเอียดอีกนิดหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามไป ก็คือโถสมปติควรจะมีหู จับสองหูค่ะ เพราะสองหูหมายถึงสองคนช่วยกันยก จะทำให้เราไม่โดดเดี่ยว อย่างแน่นอนโดยในโถสมบัติควรใส่แก้วแหวนเงินทอง นามบัตร เงื่อนมงคล ธนบัตรซึ่งจะเป็นของจริงหรือของปลอมก็ได้ผสมกันให้เต็ม

ต่อมาอาจารย์ขอกล่าวถึงเรื่องบารมี เราควรจะมีรูปภาพหรือรูป ปั้นของผู้ที่มีบุญญาบารมีไว้ในห้องรับแขก เพื่อช่วยส่งพลังให้แก่ เรา อาจจะ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ้พระบรมราชินีนาถพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นอกจากนี้อาจจะเป็นพระพุทธรูปหรือรูปปั้นเทพเจ้าที่ เรานับถือ ตามแต่ว่าใครเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาอะไรก็ได้

ห้องรับแขกที่ดีควรจะมีเบญจธาตุครบทั้ง 5ประการทั้งนํ้าไม้ ไฟ ดิน ทอง ถึงตอนนี้ใครจะย้อนกลับไปในดูอธิบายเรื่องเบญจธาตุ ก็ไม่ว่ากันค่ะ ดีเสียอีก จะได้เข้าใจง่ายขึ้นและนึกภาพตามได้อย่างชัดเจน การจัดห้องรับแขกให้ครบ 5 ธาตุได้อย่างง่ายดายที่สุดก็คือการใช้หมอนอิง จะเป็นทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมก็ได้แต่ต้องให้ครบทุกสีของธาตุ ได้แก่ ธาตุ นํ้าสีนํ้าเงินฟ้า ดำ เทาธาตุไม้สีเขียว ธาตุไฟสีแดงหรือสืโทนร้อนธาตุดินสี เหลือง นํ้าตาล บสีซ ครีม และธาตุทองสีขาวหรือสีที่แวววาว แต่ถ้าหากใคร เกรงว่าสีลันหลากหลายของหมอนอิงจะไม1เข้ากับสไตล์ของห้องรับแขกที่ ต้องการความเรียบหรูก็อาจจะใช้วัสดุอื่นๆ แทนเซ่นธาตุนํ้าใช้ดู้ปลา ธาตุ ไมใช้ต้นไม้ประดับพันธุต่างๆ ธาตุไฟใช้โคมไฟรูปทรงสวยงาม ธาตุดินใช้รูปปั้นเซรามิก ธาตุทองใช้ถ้วยชามสีขาวตั้งโซว็ในตู้กระจก เป็นต้น
นอกจากนี้วัตถุเสริมมงคลที่ควรจะมีไว้ในห้องรับแขกย้งมีอีกมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างล้วนนำมาซึ่งพลังซี่มงคลทั้งนั้นจึงขออธิบายทีละอย่างดังนี้

ไก่

ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือรูปปั้นเซรามิกไก่ ถ้าหากวางไว้ในห้องรับแขก จะช่วยจิกไม่ให้มีการทะเลาะเบาะแว้งจากภายนอกเข้าบ้าน และเป็นการ กระตุ้นให้คนในบ้านขยันขันแข็งด้วยค่ะ เพราะไก่เป็นสัตว์ที่ตื่นแต่เช้ามา จิกหาของกิน เปรียบเสมือนการทำมาหากินของคนเรา พร้อมกันนั้นผู้ที่มา ติดต่อกับเราก็จะมีแต่คนขยันขันแข็งเข้ามาคบค้าสมาคมด้วย โดยส่วน ใหญ่ไก่จะนิยมวาดหรือนำมาวางไว้มากกว่า 1 ตัว จะเป็น 2 ตัว หรือเป็น กลุ่ม 6-8 ตัวก็ได้ โดยตำแหน่งที่เหมาะสมนั้นควรจะเป็นทิศตะวันตกของ ห้องรับแขก

ม้า

ลักษณะของรูปภาพหรือรูปปั้นม้าที่ดีควรจะเป็นม้าที่กำลังควบวิ่งจำนวน 8 ตัว ที่สำคัญก็คือม้าจะต้องวิ่งบนบกเท่านั้น มีลูกศิษย์บางคนมาเล่า ให้ฟังว่าภาคภูมิใจมากที่สามารถหารูปภาพม้าควบวิ่งมาติดในห้องรับแขก ได้แล้ว แต่พออาจารย์ไปเยี่ยมเยียนเขาก็ต้องบอกให้รีบปลดลงโดยด่วน เพราะม้าในรูปภาพกำลังควบวิ่งอยู่ในน้ำ ซึ่งจะส่งอิทธิพลให้คนที่อาศัยอยู่ ในบ้านเหนื่อยยากแสนสาหัส กว่าจะทำงานสำเร็จแต่ละอย่างก็หืดขึ้นคอ ทีเดียว การจัดวางม้ามีเทคนิคอยู่นิดหน่อยค่ะว่าจะต้องให้ม้าหันหน้าเข้าบ้านไม่ใช่หันหน้าควบออกไปนอกบ้าน

นก

นกเป็นสัญลักษณ์ของโอกาสอันหลากหลายซึงมีพลังในการเปลียนชีวิต คนเราให้ดีฃึ้นได้ และนกยังเป็นสัตว์ที่นำข่าวดีมาสู่บ้าน ยิ่งมีนกมากเท่าไรก็ ยิ่งดีจะเป็นนกชนิดไหนก็ได้แต่ถ้าเป็นนกที่ฃนมีสีสันหน่อยก็จะยิ่งเป็นมงคล การจัดวางรูปภาพหรอรูปปันนกนั้นเช่นเดียวก้นหลักการติดตั้งม้าและนาฟิกา ที่อาจารย์เคยบอกไว้ค่ะหมายความว่านกควรจะมีลักษณะโผผินปีนเข้ามา ในบ้านของเราด้วยเหมือนกัน ห้ามไม่ให้ปีนออกนอกประตูหรือหน้าต่าง เด็ดขาด

ปลาโลมาคู่

ปลาโลมาคือสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว ความมีชีวิตชีวา มีเหลือกิน เหลือใช้ ความโซคดี ความรัก ความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์และความ สำเร็จ ในทางวิทยาศาสตร์นั้นเป็นที่แน่ซัดว่ามีปลาโลมาที่ไหนที่นั่นจะไม่มื ปลาฉลาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการทิ่มแทงทำร้ายในทางฮวงจุ้ย นักเดิน เรือทั่วโลกจึงนับถือชื่นชมปลาโลมามากโดยเฉพาะชาวออสเตรเลียที่นับถือ เป็นปลาแห่งโชคลาภและการปกป้องคุ้มภัยเลยทีเดียว เหตุผลที่ต้องตั้งปลา โลมาดู่ไว้ในห้องรับแขกก็เพื่อเป็นสิ่งเกื้อหนุนเรื่องความรักและความลัมพ้นธ์ ระหว่างสมาชิกในครอบครัวให้มืความสุขและปลอดภัย

เรือสำเภา

เชื่อว่าบ้านของชาวจีนจำนวนไม่น้อยที่มีเรือสำเภาตั้งไว้ในห้องรับแขก ทั้งนี้เพราะเรือสำเภาเป็นสัญลักษณ์ของการทำมาค้าขาย ในสมัยก่อนที่ พ่อค้าโล้เรือสำเภาออกทะเลไปทำการค้ากันเมื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันเสร็จ แล้วจะนำข้าวของเงินทองใส่เรือกลับมาทุกครั้งถ้าต้องการให้ผลประกอบ-การดีบริษัทห้างร้านมีความเจริญรุ่งเรืองก็ให้วางเรือสำเภาไว้เพื่อเสริมโชค ลาภบารมี และที่ท้องเรือควรใส่เหรียญหรือสัญลักษณ์แทนของที่มีค่าลง ไปด้วย จะช่วยให้ทำมาค้าขายรํ่ารวย มีเงินมีทองเข้าบ้านตลอดเวลา

 

12 นักษัตร

รูปภาพหรือรูปปันของ 12นักษัตรจะช่วยแก้การทะเลาะเบาะแว้งของคน ที่ปีเกิดไม่ถูกกันหรือที่เรืยกว่าชงกันนั่นเองนอกจากการชงกันระหว่างคนที่ ปีเกิดไม่ถูกกันแล้ว ยังมีการที่คนเราชงกับปีพ.ศ.แต่ละปีอีกด้วย เช่นคนเกิด ปีลิงดวงชงในปีขาล หรือคนเกิดปีระกาดวงชงในปี พ.ศ.2554 ซึ่งเป็นปีเถาะ เป็นต้น การมีรูป 12นักษัตรตั้งไว้อย่างโดดเด่นในห้องรับแขกจะช่วยสลาย พลังที่ไม่ดีระหว่างคนที่ดวงชงกันรวมถึงคนที่ดวงชงกับปีพ.ศ.ได้จึงไม่ใช่ว่า บ้านที่มีคนเกิดปีชงกันเท่านั้นถึงจะนำ 12นักษัตรไปวางไว้เพราะในชั่วซีวิต หนึ่งคนเราจะต้องมีดวงชงกับปีต่างๆ แน่นอนที่สำคัญนอกจากปีซงแล้วใน ทางฮวงจุ้ยยังมีเดือนชงและวันชงอีกด้วย ดังนั้น การวาง 12 นักษัตรไว้เสมอ จึงช่วยทำให้อุ่นใจได้ตลอดเวลา เหมือนการฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนไม่ใช่รอ ให้ปวยไข้แล้วถึงไปพบแพทย์

การจัดห้องรับแขกตามที่ได้กล่าวมาต้องเป็นไปโดยไม่ลืมหลัก 8 ทิศของดิน ในทิศที่ดาวมงคลจรมาอยู่ก็ให้ตั้งรับ และทิศที่ดาว อัปมงคลจรมาอยู่ก็ให้แก้ฮวงจุ้ยเสีย อย่างเซ่นที่เคยบอกว่า ทิศใต้ในยุค 8 นี้ (พ.ศ.2547-2566) มีดาว 3 จรมาอยู่ นำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง เราจึง ควรแกไขด้วยการทาสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟหรือการตั้งโคมไฟ เอาไว้ในทิศนี้เพื่อให้พลังจากแสงสว่างขจัดปัดเป่าเรื่องเลวร้ายออกไปหรือ อีกตัวอย่างหนึ่ง ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ในยุคนี้ดาว7 ซึ่งเป็นดาวโจรกรรม จรมาอยู่ เราก็ควรปกป้องความสูญเสียด้วยการตั้งนํ้าที่เคลื่อนไหว หรือตั้งโถ ใส่นํ้าเกลือในบริเวณนี้ เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดการจัดฮวงจุ้ยห้องรับแขกตามดาวจรของฟ้าและทิศ ของดินสามารถกางหนังสือในหมวดที่ได้กล่าวไปแล้วเป็นคู่มือกันได้เลย และถ้าหากลงมือทำแล้วก็ควรจะทำให้ครบทั้ง 8 ทิศ จะช่วยให้พลังซี่มงคล อบอวลไปทั่วบ้าน และขจัดพลังซี่เสียออกไป นอกจากนี้ถ้าสามารถตกแต่ง ผนังห้องรับแขกด้วยการติดรูปภาพที่สือถึงพลังของทั้ง 8 ทิศได้ก็จะเสริม มงคลมากขึ้นอีก อาจจะเป็นรูปภาพของสถานที่ที่สวยงามตามธรรมชาติที่ ตั้งอยู่ในทิศทั้งแปดก็ได้ และการติดตั้งก็ให้ทำตามทิศที่เป็นจริงของสถานที่ เหล่านั้นโดยตรงกลางควรจะเป็นภาพของแมนดาลา ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ของทิศทั้งแปด ที่สึ่อว่าทุกอย่างเข้าล่ศูนย์กลางแล้วกระจายออกทั้งหมดทั้งมวลของการตกแต่งห้องรับแขกที่ร่ายมาเสียยาวบางคนอาจ จะส่ายหน้าว่าเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะสามารถทำ ตามคำแนะนำได้ทุกจุดหรือเปล่า ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเจ้าของบ้านสามารถเลือกหลักฮวงจุ้ยที่เหมาะกับตัวเองมาปฏิบ้ติตามได้ถ้าทำตาม ทั้งหมดแล้วลำบากลำบนจะยิ่งกลายเป็นว่าทำให้เรามีแต่ความเครียดกังวล แล้วพลังชี่ไม่ดีก็จะตกอยู่ที่ตัวเราเปล่าๆ

การทำให้จิตใจของผู้อยู่อาศัยในบ้านรู้สีกสบายไร้ความทุกข์กังวลก็เป็น ส่วนประกอบของหลักฮวงจุ้ยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

เปิดอ่าน 3,426 ครั้ง โพสเมื่อ : 29 ธันวาคม 2011

แสดงความคิดเห็น