ปิดเมนู

จัด ห้อง พระกับฮวงจุ้ย

ห้องพระจัดอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ยบ้าน

ด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา ภายในบ้านจึงมักมีห้องพระเอาไวให้เคารพบูชาพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการดำเนินชีวิต

ไม่ว่าบ้านของเราจะหันหน้าไปทางทิศไหนการจัดวางพระพุทธรูปในห้องพระควรจะหันไปทางทิศตะวันออก เพราะทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งรุ่งอรุณ ที่จะนำความรู้ตื่นและเบิกบานมาสู่ตัวเรา ถือเป็นพลังที่ดีมาก หากใคร ช่างสังเกตุสักหน่อยก็จะเห็นว่าวัดทุกวัดจะมีองค์ประธานของพระพุทธรูป หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเสมอ ในขณะที่พระพุทธรูปอื่นๆ สามารถหัน ไปยังทิศทางอื่นได้

แต่สำหรับห้องพระในบ้านที่มีข้อจำกัดไม่สามารถวางพระพุทธรูปหันหน้าไปยังทิศดังกล่าวได้ อาจจะเป็นเพราะทิศทางนั้นบังคับให้หันหน้าชนกับฝา ผนังซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นการหันหน้าไปสู่ทางตัน ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านพบเจอแต่อุปสรรคที่ไม่สามารถหาทางออกที่ถูกต้องได้ จึงต้องท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่าพระพุทธรูปต้องไม่หันหน้าเข้าฝาในกรณีที่ พื้นที่อันจำกัดในห้องพระบังคับให้ไม่สามารถหันหน้าไปทางทิศตะวันออกได้ ก็ให้หันองค์พระพุทธรูปไปยังหน้าบ้านแทน เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองสมาชิกทุกคนในครอบครัว

จากที่บอกว่าพระพุทธรูปหันหน้าเข้าฝาผนังเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่ถ้าเป็นการ หันหลังชนฝาผนังถือเป็นเรื่องดี เพราะฝาผนังจะทำหน้าที่เป็นเต่าดำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เรา ถ้าหากว่าห้องพระบ้านไหนด้านหลัง พระพุทธรูปมีพื้นที่โล่งกว้าง หรือเป็นหน้าต่างที่สามารถเปิดโล่งออกไปได้ ก็ให้ทำผ้าม่านขึงไว้ด้านหลัง เพื่อใช้เป็นฉากที่เป็นศูนย์รวมของพลังจาก เต่าดำ พร้อมกันนั้นด้านหน้าของโต๊ะหมู่บูชาที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ทั้งหลายก็ควรจะมีพื้นที่โล่งกว้าง เพื่อทำหน้าที่เป็นเนินหงส์แดงด้วย

บริเวณเนินหงส์แดงหน้าพระพุทธรูปนี้ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นที่นั่งสำหรับ ผู้ที่เข้ามาทำความเคารพสักการะโดยอาจจะปูเสื่อ ปูพรม หรือวางเบาะเอาไว้ให้นั่งสวดมนต์และทำสมาธิเป็นเวลานานๆ สิ่งเหล่านี้ควรจะมีสีที่สื่อถึง เบญจธาตุแต่ว่าควรระวังไม่ให้สีสันฉูดฉาดมากเกินไปควรจะคุมโทนสีเรียบขรึมให้เข้ากับความสงบเงียบของห้องนี้ ตำแหน่งของการนั่งลงบนพรมหรือเบาะที่ถูกต้องควรจะให้เรามองเห็นพระพุทธรูปอยู่ในระดับสายตา พอดี แล้วในระหว่างที่เรานั่งประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ในห้องพระควรจะมีการเปิดไฟที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นพลังหยางด้วย ไม่แนะนำให้ใช้เป็นโคมไฟธรรมดาเพราะจะไม่ให้พลังเท่าที่ควร ถ้าหากเป็นไฟที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาจะช่วยให้พลังชี่ที่ดีซึ่งมี อยู่มากมายในห้องหมุนเวียนและถ่ายเทมาสู่ตัวเราได้มาก และแน่นอนว่าตำแหน่งที่จะวางเครื่องกำเนิดไฟดังกล่าวควรจะเป็นด้านมังกรเขียวส่วนทางด้านเสือขาวก็ให้นำของที่เป็นมงคล ซึ่งอาจจะเก็บมาจากการประกอบ พิธีกรรมต่างๆ เช่น เมล็ดพันธุพืชที่ฝานการปลุกเสกแล้ว ไผ่ดำที่เป็นของหายาก หรือต้นเทียนจากพิธีทอดกฐิน ฯลฯ ไปวางไว้เพื่อเสริมมงคล

โต๊ะหมู่บูชาซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของห้องพระควรจะมีขนาดที่เป็นมงคลทุกด้าน ที่สำคัญก็คือจะต้องจัดวางพระพุทธรูปไว้ในตำแหน่งที่สูงที่สุด จากนั้นก็เป็นเทพต่างๆ แล้วตามด้วยรูปภาพหรือรูปปั้นของเกจิอาจารย์ และพระภิกษุสงฆ์ที่เราเคารพบูชาตามลำดับนอกจากนั้นก็ไม่มีหลักเกณฑ์ อะไรที่ยุ่งยากมากนัก เพียงแต่ดูแลปัดฝ่นและทำความสะอาดห้องพระอยู่เสมอ รวมถึงถวายนํ้าให้พระพุทธรูปเป็นประจำถ้าสามารถเปลี่ยนได้ทุกวัน ก็จะเป็นการดีมากโดยให้วางไว้ด้านหน้าสุดของโต๊ะหมู่บูชา

สำหรับดอกไม้และธูปเทียนนั้นต้องบอกตามตรงว่าไม่จำเป็นเท่าใดนัก เราสามารถถวายดอกไม้ประดิษฐ์ที่มีสีสันสดใสและธูปเทียนที่เป็นของจำลองได้ เพราะง่ายต่อการรักษาความสะอาดด้วย เนื่องจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจที่ตั้งมั่น ถ้าหากเรามีใจที่เคารพบูชาอย่างแท้จริง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถวายดอกไม้สดทุกวันพระ หรือจุดธูปเทียนบูชาในขณะที่อธิษฐานขอพรก็ได้ รวมทั้งการจัดห้องพระตามหลักฮวงจุ้ยนั้นมุ่งเน้นเรื่องที่คนและสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ดังนั้นถ้าจิตใจของเราเป็นสุขที่ได้เข้ามานั่งประนมมือต่อหน้าพระพุทธรูปในห้องนี้ก็ถือว่าพลังที่ดีจะส่งถึงตัวเราได้มากกว่าการซื้อดอกไม้สดหรือจุดธูปเทียนตามประเพณีที่สืบทอดกันมาโดยไม่มีใจศรัทธาอย่างแท้จริง

แต่ถ้าหากใครอยากจะปฏิบัติตามความคุ้นเคยที่สั่งสมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดหลักฮวงจุ้ยแต่ประการใด อย่างที่เคยบอกไว้ว่าถ้าทำแล้วเรารู้สึกมีความสุขก็อย่ารอช้า รีบปฏิบัติเพี่อน้อมนำความสุขมาสู่ใจเราได้เลย สำหรับการจุดเทียนนี้มีคนถามมาหลายหนอยู่เหมือนกันว่า ระหว่างเทียนสีเหลือง สีขาว และสีแดงนั้นมีความแตกต่างกัน หรือไม่ อย่างไร ความจริงแล้วจะใช้สีอะไรก็ได้แต่ถ้าเป็นเทียนหรือธูปสีแดงซึ่งเป็นธาตุไฟจะให้พลังหยาง และอีกนัยหนึ่งสีแดงก็หมายถึงความรัก ถ้าใช้สีแดงในการบูชาพระหรือเทพก็จะทำให้ท่านเกิดความรักเมตตาแก่เรา เวลาที่กราบไหว้บูชาหรือขอพรอะไรก็จะได้สมดั่งใจอโดยอยากจะขอยํ้าเทคนิคในการขอพรอีกลักรอบว่า ต้องลงท้ายด้วยคำ กล่าวว่า “ขอให้สำเร็จสมปรารถนา ณบัดนี้เป็นต้นไป”จะช่วยให้สิ่งศักดสิทธิ้ ท่านเมตตาเราเร็วขึ้น

จากที่เคยเห็นมาพบว่าโต๊ะหมู่บูชามักจะมีพื้นที่โล่งด้านใต้อยู่ด้วย เจ้าของบ้านต้องหมั่นคอยดูแลให้บริเวณนั้นให้สะอาดอยู่เสมออย่าคิดว่า มีพระพุทธรูปคอยคุ้มครองอยู่ด้านบนแล้วจะปล่อยปละละเลยอย่างไรก็ได้ใน เมื่อพระท่านคอยปกป้องคุ้มครองเราก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องคอยดูแลรักษา ท่านให้ดีด้วย ทำดีกับท่านแค่ไหนผลดีนั้นก็จะย้อนกลับมาหาเราเอง ไม่ใช่ ใครที่ไหนหรอก คนส่วนใหญ่มักจะใช้พื้นที่ใต้โต๊ะหมู่บูชาเอาไว้วางธูป เทียนแต่ในความเป็นจริงควรจะนำออกมาวางด้านหน้าบนถาดหรือภาชนะ ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งของอย่างเดียวที่สามารถนำไปวางไว้ข้างใต้โต๊ะหมู่บูชาได้คือขันนํ้ามนต์ที่จะนำมาประพรมเพี่อความเป็นสิริมงคล

บนฝาผนังฝังตรงข้ามกับโต๊ะหมู่บูชานั้นควรจะเป็นหน้าต่างที่เปิดโอกาส ให้พระพุทธรูปหันหน้าไปพบกับภาพทิวทัศน์อันสวยงามของพระอาทิตย์ยามโผล่พ้นขอบฟ้า แต่ถ้าเราไม่สามารถกำหนดให้เป็นเช่นนั้นได้ก็สามารถแก้ฮวงจุ้ยด้วยการนำรูปพระอาทิตย์ขึ้นไปติดไว้บนฝาผน้งหรือถ้าหากเป็นรูปพระอาทิตย์ที่เราวาดขึ้นเองก็สามารถทำได้เพียงเท่านี้ก็เป็นสัญลักษณ์ แห่งรุ่งอรุณที่นำพาพลังดีงามสาดส่องมาถึงเราแล้ว

สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีห้องว่างพอสำหรับทำเป็นห้องพระอย่างที่เรา พบเห็นกันบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งหิ้งพระในห้องรับแขก ห้องหนังสือ หรือ โถงทางเดินโดยมีข้อแม้ว่าองค์พระพุทธรูปต้องให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงเกิน ริมฝืปากของเราขึ้นไปะจะช่วยให้ท่านอุปถัมภ์คํ้าจุนเราหรือถ้าใครไม่มีหิ้งพระจึงต้องนำพระพุทธรูปไปวางไว้ในตู้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าตู้นั้นจะต้องเป็นตู้กระจกใส ไม่ควรให้พระพุทธรูปท่านหันหน้าเข้าหาวัสดุมืดทึบที่สื่อถึงทางตัน โดยต้องไม่ลืมด้วยว่าจะต้องหันหน้าของท่านไปยังทิศตะวันออกหรือทิศทางเดียวกับประตูหน้าบ้านเท่านั้น

เคยมีคนถามว่าสามารถนำพระพุทธรูปวางไว้ในห้องนอนไดไหม ตอบไปตามตรงว่าสามารถทำได้หากเราอยู่คนเดียวในห้องนั้น แต่ถ้าเป็นห้องนอนที่อยู่กันเป็นคู่ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเพราะห้อง นอนเป็นที่อยู่ของมนุษย์ที่ยังเป็นปุถุชนธรรมดา ในขณะที่พระพุทธรูปเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ้เหนือมนุษย์ ถ้านำมาไว้ในห้องของคนที่มีคู่นอน บางครั้งอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะควรเกิดขึ้น หรือทำการใดที่ไม่สุภาพ ก็จะส่งผลที่ไม่ดีต่อตัวเราได้บางคนก็ยิ่งร้ายใหญ่เพราะถึงขนาดนำพระพุทธรูปไปวางไว้ตรงปลายเท้า อย่างนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นสิริมงคล นอกจากนี้ถ้าหากว่าบ้านของเรามีหลายชั้นไม่จำเป็นว่าห้องพระจะต้องอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน แต่ต้องมั่นใจว่าห้องที่อยู่ชั้นบนเหนือห้องพระจะต้องไม่เป็นห้องนอน ห้องครัว หรือห้องนํ้าเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นห้องพระจะต้องไม่หันหลังพิงบันไดซึ่งเป็นทางสัญจรภายในบ้านด้วย สรุปง่ายๆว่าโดยรอบของห้องพระไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง หรือด้านบน ควรจะมีแต่พลังที่ดีหมุนเวียนถ่ายเทกันเพื่อให้ความเป็นสิริมงคลเชื่อมต่อถึงกันได้สะดวกโดยไม่ติดขัด

*** สุดท้ายขอยํ้าอีกครั้งว่าเราทำอะไรถวายแก่พระท่านอย่างไรคนในบ้านก็จะได้สิ่งนั้นกลับคืนมาหาแน่นอน

เปิดอ่าน 5,220 ครั้ง โพสเมื่อ : 15 มกราคม 2012

แสดงความคิดเห็น