ปิดเมนู

ที่ดิน สีเขียว สีเหลือง สีแดง หมายความว่าอะไร

“เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงแต่ในบ้าน เมื่อเราเดินออกมาภายนอก เมืองทั้งเมืองก็จะกลายเป็นบ้านของเราทันที” นี่ เป็นประโยคหนึ่งของ คุณเชตะวัน อนันตสมบูรณ์ รองอธิการบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน ผังเมืองเป็นสิ่งที่ดูเหมือนไกลตัว แต่เมื่อลองพิจารณาดูดีๆ ผังเมืองส่งผลต่อการเดินทาง การพักผ่อน ความสะดวกสบาย ความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิต รวมไปถึงสภาพสังคมและเศรษฐกิจของเราด้วย คอลัมน์ ”สถาปัตยกรรม” ฉบับนี้ ขอพูดถึงสิ่งที่คนเมืองควรรู้ว่าผังเมืองคืออะไร และมีผลต่อเรามากน้อยแค่ไหน


การผังเมืองคืออะไร  
การผังเมือง คือ การวางแผน กฎหมาย สถาปัตยกรรม สังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม การจราจร เพื่อเป็นการกำหนดนโยบาย กฎหมายและระเบียบ การจัดวางแผนผังการใช้พื้นที่ของเมือง ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ หากจะพูดง่ายๆเทียบกับบ้านของเรา ผังเมืองก็เหมือนการกำหนดว่าพื้นที่ใดจะเป็นที่จอดรถ ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ หรือห้องนอน โดยที่ทุกคนในบ้านต้องอาศัยอยู่อย่างมีความสุขทั้งกายและใจ แต่ผังเมืองจะเป็นสิ่งที่ใหญ่โตกว่านั้น ต้องคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจของประชาชน ความปลอดภัย ความน่าอยู่ของเมือง รวมไปถึงภาพรวมที่มีผลต่อประเทศในทุกด้าน ระยะเวลาในการกำหนดใช้กฎหมายข้อบังคับต่างๆของผังเมืองมีระยะเวลา 5 ปี เมื่อครบก็จะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อปรับแก้ให้เหมาะสมกับสภาพ สังคมและเศรษฐกิจในช่วงนั้นรวมไปถึงในอนาคต
เรื่องที่มีผลกับเราเจ้าของ บ้านเห็นจะเป็นเรื่องของแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนด กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม (ผังสี) ซึ่งได้แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินไว้จำนวน 8 ประเภท คือ

1. ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
– ที่ดินประเภท ย.1 – ย.4 (สีเหลือง) กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
– ที่ดินประเภท ย.5 – ย.7 (สีส้ม) กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
– ที่ดินประเภท ย.8 – ย.10 (สีน้ำตาล) กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย                   สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดิน ประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการตามที่กำหนด

2. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
ที่ดินประเภท พ.1 – พ.5 ที่ดินประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของ ที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

3. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม (สีม่วง) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
– ที่ดินประเภท อ.1 กำหนดเป็นเขตอุตสาหกรรม เพื่อการบริหารและจัดการ สิ่งแวดล้อม สำหรับการประกอบกิจการประเภทอุตสาหกรรมการผลิตที่มีมลพิษน้อย
– ที่ดินประเภท อ.2 กำหนดเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม ที่ดินประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของ ที่ดินในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

4. ที่ดินประเภทคลังสินค้า (สีเม็ดมะปราง) กำหนดเป็นที่ประเภท อ.3
ที่ดินประเภทนี้ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อคลังสินค้า อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการบรรจุสินค้า อุตสาหกรรมเกี่ยวกับ การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ โดยไม่มีการผลิต และอุตสาหกรรมบริการชุมชน ที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการ อื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

5. ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม (สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ที่ดินประเภท ก.1 และที่ดินประเภท ก.2
ที่ดิน ประเภทนี้ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ และการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ ไม่เกินร้อยละห้าและร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

6. ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ที่ดินประเภท ก.3 และที่ดินประเภท ก.4
ที่ดินประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้า และร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

7. ที่ดินประเภทอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย (สีน้ำตาลอ่อน) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือที่ดินประเภท ศ.1และที่ดินประเภท ศ.2
ที่ดิน ประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ท้องถิ่น การท่องเที่ยว พาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ ใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ปัญหาการจราจรและมลพิษ ช่วง ปี พ.ศ. 2543 –2544 มีการทำเมืองออกเป็นโซนต่างๆ เช่น โซนที่อยู่อาศัย โซนธุรกิจการค้า โซนเกษตรกรรม โซนโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งหมายรวมถึงกรุงเทพฯด้วย อาคารและโครงสร้างพื้นฐานเช่นถนนในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายในเวลา 8 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 –2545 และยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ผลก็คือประชากรในกรุงเทพฯเพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกคนต่างเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯเพื่อทำงาน แต่ความหนาแน่นของประชากรทั้งประเทศคิดเทียบกับพื้นที่กลับลดลง ซึ่งหมายความว่าพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่ชานเมือง กำลังถูกพัฒนาด้วยอัตราที่สูงมากเช่นกัน ทำให้คนกรุงเทพฯ ต้องเดินทางเป็นระยะทางที่ไกลมากขึ้น โดยต้องพึ่งพาอาศัยรถยนต์เป็นหลัก ก่อให้เกิดปัญหารถติดและมลพิษทางอากาศตามมา การต้องพึ่งพารถยนต์นี้ก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัด สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มต้นทุนทางสังคมเศรษฐกิจมากมาย เพราะ กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีการขยายตัวจากศูนย์กลาง เมื่อพื้นที่หนึ่งมีความเจริญเต็มที่ ก็จำเป็นที่จะต้องสร้างพื้นที่ใหม่เพื่อลดความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่ เดิม เห็นได้จากย่านรังสิต-ปทุมธานี บางนา บางบัวทอง เมืองตามชายขอบของเมืองเหล่านี้เป็นผลจากการขยายตัวของพื้นที่ศูนย์กลาง อย่างสุขุมวิท สาทร หรือสีลม การเดินทางข้ามเมืองจึงเกิดขึ้นสำหรับคนที่มีบ้านและที่ทำงานอยู่ไกลกัน และการสร้างถนนเพิ่มในเมืองที่มีความแออัดอยู่แล้ว อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป การเลือกเดินทางที่ใกล้ที่สุด เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกรวดเร็วจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ปัญหาภัยธรรมชาติ ข่าว น้ำท่วมตามพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่คุ้นเคยของคนไทยไปแล้ว และระดับของน้ำที่ท่วมนั้นก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายธรรมชาติของมนุษย์ น้ำจากภูเขาไม่ได้ถูกชะลอด้วยต้นไม้ น้ำลงมาสู่พื้นที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเรายังสร้างถนนและอาคารทับพื้นที่ทางน้ำไหลเดิม ปัญหาน้ำท่วมจึงเกิดขึ้นทุกปี ในความเป็นจริง น้ำท่วมนั้นสามารถเกิดได้กับทุกพื้นที่ แต่เราคงไม่อยากให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เพราะเป็นเหมือนศูนย์รวมเศรษฐกิจของประเทศ การกระจายความเจริญออกไปภายนอกเมืองบ้าง จึงเป็นการทำให้กรุงเทพฯไม่โตจนเกินไป เพราะการรวมทุกสิ่งอยู่ในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ ย่านธุรกิจการค้า ท่าเรือ การคมนาคมขนส่ง สถานที่พักผ่อน รวมไปถึงบ้านพักอาศัย นอกจากจะเกิดความแออัดแล้ว มลพิษ ความร้อนจากอาคารและกิจกรรมต่างๆ ก็สูงขึ้นกว่าการมีเมืองย่อยๆที่กระจายตัวออกไปบางปัญหาต้องการเวลาใน การแก้ไขนับ 10 ปี แต่เราก็ต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ สร้างอาคารหรือถนนในพื้นที่ไม่ขวางทางน้ำธรรมชาติ หากเป็นพื้นที่ที่สร้างได้ นักออกแบบก็ควรคิดถึงการจัดการน้ำภายในบริเวณอาคารให้ดี มีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะระบายออกไปเมื่อฝนตกหนัก ส่วนแม่น้ำและคูคลองเดิมนั้นก็ต้องรักษาให้สะอาดและสามารถระบายน้ำได้ดียาม เมื่อน้ำมา  คนเมืองที่โหยหาธรรมชาติเมืองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ บางเมือง เจริญอย่างรวดเร็วเพราะมีคนจากกรุงเทพฯไปท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือปาย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้วยิ่งกรุงเทพฯเจริญมากเท่าไร คนเมืองก็ต้องการธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น เมืองที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนเจริญด้วยการท่องเที่ยวทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อเสียแต่อย่างใด ตราบที่ยังไม่ทำลายสภาพความเป็นเมืองเดิมๆหรือสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน มากเกินไป ส่วนคนเมืองที่ไปเที่ยว ก็จงเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทิ้งความเสียหาย หรือทิ้งรอยเท้าเอาไว้ให้น้อยที่สุด

ให้ความร่วมมือกับผังเมืองและกรุงเทพ
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีนโยบายและโครงการมากมายที่ต้องการสร้างเมืองที่น่าอยู่ไม่ ให้แพ้ชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเกี่ยวกับทางจักรยานที่จะทำให้มากขึ้น โครงการหน้าบ้านน่ามอง โครงการที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวมากขึ้นทั่วกรุงเทพฯ โครงการฟุตปาธเดินสบาย เป็นต้น ทั้งหมดต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกคนด้วย รวมถึงการก่อสร้างบ้าน หรืออาคารต่างๆ ต้องออกแบบและก่อสร้างตามกฎหมายผังเมืองเรื่องประเภทของอาคาร เช่น สร้างบ้านให้ตรงผังสีของเมือง ไม่สร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่พักอาศัย ทำตามกฎหมายควบคุมอาคารเรื่องระยะถอยร่นต่างๆ เพราะมีผลต่อความเป็นเมืองที่สวยงามและปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้ผู้ออกกฎหมายควบคุมนั้นได้คิดไว้อย่างรอบครอบแล้ว เช่น การเว้นระยะถอยร่นจากรั้วอย่างน้อย 1 เมตรในกรณีที่เป็นผนังทึบ ก็เพื่อป้องกันการลามไฟจากบ้านหนึ่งสู่อีกบ้านหนึ่ง เป็นต้น

ระบบทุนนิยมกับผังเมือง
บาง คนมีบ้านเดิมอยู่ภายในซอยบนถนนสุขุมวิท พื้นที่ที่ถูกล้อมด้วยอาคารสูงและเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของเมือง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาที่ตามมาคงเป็นเรื่องของการจราจรที่ติดขัด และความวุ่นวายที่ตามมาพร้อมความเจริญ หลายคนยอมขายที่ดินนั้นเพื่อให้นักลงทุนมาสร้างคอนโดมิเนียมบ้าง ห้างสรรพสินค้าบ้าง สิ่งนี้ย่อมเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนสามารถทำได้ และไปหาพื้นที่สร้างบ้านที่เหมาะสมหรือต้องการมากกว่าในพื้นที่ที่ห่างจาก เมืองออกไป
หากจะอยู่ใจกลางเมืองก็คงต้องยอมรับกับบางสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่หากจะหาถิ่นฐานใหม่ก็แสวงหาชุมชนที่มีสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน ตลาด โรงเรียน ร้านค้า สวนสาธารณะ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ผังเมืองในฝัน
ผัง เมืองที่ดีต้องทำให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยมีความสุข การเดินทางสะดวกสบาย สามารถใช้การเดินเท้า ขี่จักรยานเป็นการเดินทางหลักของวันได้ ในขณะเดียวกันเมืองนี้ก็ต้องมีทุกสิ่งพร้อมเพื่อการดำเนินชีวิตที่สะดวก เช่นกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เน้นการออกแบบเมืองหลวงที่ยึดสภาพเดิมของเมืองไว้ให้มากที่สุด คูคลองต่างๆนั้นยังคงไว้ตามเดิม ถนนหนทางต่างๆออกแบบให้สามารถขี่จักรยานและเดินถึงกันได้อย่างปลอดภัยจริงๆ คนเนเธอร์แลนด์จึงนิยมใช้จักรยานกันมาก
ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อยคือผังเมือง ของจังหวัดยะลา เป็นผังเมืองที่ดีที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย ส่วนหนึ่งคล้ายกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คือให้ถนนทุกสายไปรวมศูนย์กันในวงเวียน อีกส่วนเป็นตารางหมากรุกคล้ายนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยมีที่ปรึกษาเป็นชาวอังกฤษออกแบบผังเมืองแบบวงเวียน แบ่งเป็นชั้นที่ 1 เป็นหน่วยงานราชการ ชั้นที่ 2 เป็นบ้านพักข้าราชการ ชั้นที่ 3 เป็นโรงพยาบาล โรงเรียน สวนสาธารณะ ชั้นนอกสุด เป็นย่านการค้าและที่อยู่อาศัย คณะเทศมนตรีทุกชุดได้พัฒนาบ้านเมืองโดยยึดผังเมือง จนเมืองยะลาได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยงามและน่าอยู่  นับเป็นการออกแบบที่คิดถึงอนาคตและทุกคนก็เคารพไม่ฝ่าฝืนกฎในการสร้างบ้าน เรือนในเวลาต่อมา

ขอบคุณที่มา  : baanlaesuan. com

เปิดอ่าน 8,864 ครั้ง โพสเมื่อ : 5 มิถุนายน 2012

แสดงความคิดเห็น